พลาดท่า! หนุ่มหลงเชื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สูญเงินเกือบ 2 แสน
พลาดท่า! หนุ่มหลงเชื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สูญเงินเกือบ 2 แสน

เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นเมื่อชายวัย 50 ปี รายหนึ่งตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลังจากได้รับโทรศัพท์จากผู้ไม่หวังดีที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยอ้างว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงินและต้องโอนเงินไปตรวจสอบ ซึ่งทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงินไปให้คนร้ายเป็นจำนวนเกือบ 200,000 บาท

รายละเอียดเหตุการณ์

เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2567 ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี หลังจากถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวง โดยผู้เสียหายเล่าว่า ได้รับโทรศัพท์จากชายคนหนึ่งซึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แจ้งว่าผู้เสียหายมีชื่ออยู่ในบัญชีของขบวนการค้ายาเสพติดและฟอกเงิน และต้องโอนเงินไปตรวจสอบเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์

ผู้เสียหายเกิดความกลัวและหลงเชื่อ จึงได้โอนเงินจำนวน 198,000 บาท ไปยังบัญชีที่คนร้ายระบุ หลังโอนเงินเสร็จ ผู้เสียหายเริ่มมีข้อสงสัยจึงโทรสอบถามไปยังสถานีตำรวจในพื้นที่และพบว่าถูกหลอก จึงรีบเข้าแจ้งความทันที

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การสืบสวนของตำรวจ

พ.ต.อ. สมชาย วงศ์เจริญ ผู้กำกับการ สภ.เมืองนนทบุรี เปิดเผยว่า หลังจากได้รับแจ้งความ เจ้าหน้าที่ได้ประสานธนาคารเพื่ออายัดบัญชีปลายทางแล้ว แต่พบว่าเงินถูกถอนออกไปเกือบหมดแล้ว คงเหลือเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ตำรวจกำลังสืบสวนติดตามตัวคนร้ายที่เกี่ยวข้อง โดยตรวจสอบเส้นทางการเงินและกล้องวงจรปิดบริเวณตู้เอทีเอ็มที่ใช้ถอนเงิน

พ.ต.อ. สมชาย กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันแก๊งคอลเซ็นเตอร์มีกลวิธีหลอกลวงที่ซับซ้อนมากขึ้น โดยมักอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เช่น ตำรวจ หรือสรรพากร เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและเร่งรัดให้เหยื่อรีบโอนเงินโดยไม่ทันตั้งตัว

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

คำแนะนำจากเจ้าหน้าที่

เจ้าหน้าที่ตำรวจขอเตือนประชาชนให้ระมัดระวังมิจฉาชีพที่โทรศัพท์มาหลอกลวง โดยย้ำว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานราชการจะไม่โทรศัพท์ไปแจ้งให้โอนเงินหรือขอข้อมูลส่วนตัวทางโทรศัพท์ หากได้รับโทรศัพท์ลักษณะนี้ ควรวางสายทันทีและโทรสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง หรือแจ้งความที่สถานีตำรวจ

นอกจากนี้ ประชาชนสามารถตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ต้องสงสัยได้ที่สายด่วน 191 หรือศูนย์ต่อต้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ โทร. 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง

สถิติคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์

จากข้อมูลของกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.สอท.) พบว่า ในปี 2567 มีคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์เกิดขึ้นมากกว่า 5,000 คดี สร้างความเสียหายรวมกว่า 3,000 ล้านบาท โดยเหยื่อส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและผู้ที่ขาดความรู้เท่าทันกลโกงของมิจฉาชีพ

ตำรวจเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรู้เท่าทันกลโกง พร้อมทั้งประสานความร่วมมือกับธนาคารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์อย่างเข้มงวด