รวบ 2 ผู้ต้องหาหัวโจกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกเหยื่อสูญเงินกว่า 100 ล้าน
รวบ 2 ผู้ต้องหาหัวโจกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกเหยื่อสูญเงินกว่า 100 ล้าน

เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2568 พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการสอบสวนกลาง (CIB) ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติจำนวน 2 ราย ซึ่งเป็นหัวโจกสำคัญที่หลอกลวงเหยื่อให้สูญเงินรวมกว่า 100 ล้านบาท

รายละเอียดการจับกุม

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองคน ได้แก่ นายเอ (นามสมมติ) อายุ 35 ปี และนายบี (นามสมมติ) อายุ 28 ปี ที่บ้านพักในพื้นที่จังหวัดนนทบุรีและสมุทรปราการ ตามลำดับ หลังสืบสวนพบว่าทั้งสองเป็นแกนหลักของเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ที่ดำเนินการหลอกลวงเหยื่อผ่านโทรศัพท์ โดยอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐและพนักงานบริษัทขนส่ง เพื่อให้เหยื่อโอนเงินค่าธรรมเนียมหรือค่าดำเนินการต่างๆ

พฤติการณ์การกระทำผิด

ผู้ต้องหาทั้งสองร่วมกันจัดตั้งศูนย์คอลเซ็นเตอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีพนักงานมากกว่า 50 คน ทำหน้าที่โทรศัพท์ไปยังเหยื่อทั่วประเทศไทย โดยใช้เทคนิคการหลอกลวงที่ซับซ้อน เช่น การปลอมแปลงหมายเลขโทรศัพท์ให้ตรงกับหน่วยงานรัฐ การสร้างความตื่นตระหนกให้เหยื่อว่ามีพัสดุผิดกฎหมายหรือมีหมายจับ จากนั้นจึงให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบหรือวางหลักประกัน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า มีเหยื่อที่ถูกหลอกลวงมากกว่า 100 ราย ความเสียหายรวมกว่า 100 ล้านบาท โดยมีรายที่เสียหายสูงสุดถึง 15 ล้านบาท ซึ่งเป็นผู้สูงอายุที่ถูกหลอกให้โอนเงินสะสมทั้งชีวิต

การขยายผลและการดำเนินคดี

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยึดของกลางเป็นโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ก สมุดบัญชีธนาคาร และเอกสารที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลเพื่อติดตามผู้ร่วมขบวนการที่เหลืออีกประมาณ 10 คน ซึ่งคาดว่ามีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

เบื้องต้นแจ้งข้อหาผู้ต้องหาทั้งสองในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน” และ “ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน” โดยมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 5 ปี และปรับสูงสุด 100,000 บาท ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560

คำเตือนจากตำรวจ

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า ประชาชนควรระมัดระวังการรับโทรศัพท์จากหมายเลขที่ไม่รู้จัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีการอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือบริษัทเอกชนแล้วขอให้โอนเงินหรือให้ข้อมูลส่วนตัว เนื่องจากหน่วยงานราชการจะไม่โทรศัพท์ไปแจ้งให้โอนเงินเด็ดขาด หากสงสัยให้โทรศัพท์สอบถามไปยังหน่วยงานนั้นโดยตรงหรือแจ้งความที่สถานีตำรวจในท้องที่