ดราม่าลำปาง! โจ๋วัย 14 ขี่ จยย.ท่อดังหลบหนีตำรวจ โดนยิง 2 นัด บาดเจ็บสาหัส
เหตุการณ์สะเทือนขวัญเกิดขึ้นในจังหวัดลำปาง เมื่อเด็กชายวัยเพียง 14 ปี ขี่รถจักรยานยนต์ท่อดังหลบหนีการไล่ตามของตำรวจ และถูกยิงด้วยอาวุธปืน 2 นัด จนได้รับบาดเจ็บสาหัส กลายเป็นประเด็นร้อนแรงบนโลกโซเชียลมีเดีย ที่มีผู้ใช้แสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ทั้งเสียงสนับสนุนและคัดค้านการกระทำของเจ้าหน้าที่
รายละเอียดเหตุการณ์สะเทือนใจ
เมื่อเวลา 22.30 น. ของวันที่ 24 มีนาคม 2569 ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองลำปางได้รับแจ้งเหตุมีบุคคลถูกยิงบริเวณถนนวชิรวุธดำเนิน ก่อนขึ้นดอยพระบาท ในตำบลพระบาท อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง เจ้าหน้าที่จึงรุดไปยังที่เกิดเหตุพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยและตำรวจสายตรวจ
ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบเด็กชายเอ (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี ชาวอำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง กำลังนั่งคร่อมรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ 100 สีแดง อยู่บริเวณราวกั้นร่องกลางถนน โดยหันหน้ารถในลักษณะย้อนศร จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า เด็กชายรายดังกล่าวถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่ข้อพับแขนซ้าย 1 นัด ทำให้เลือดไหลออกมาจำนวนมาก เปื้อนรถและหยดลงพื้นถนนเป็นแนวยาวกว่า 30 เมตร
หน่วยกู้ภัยได้ทำการปฐมพยาบาลอย่างเร่งด่วน ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลศูนย์ลำปาง โดยล่าสุดเด็กชายเอพ้นขีดอันตรายแล้ว เจ้าหน้าที่ได้บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน และนำรถจักรยานยนต์ไปเก็บรักษาที่สถานีตำรวจภูธรเมืองลำปาง เพื่อรอสอบสวนปากคำผู้ได้รับบาดเจ็บต่อไป
คลิปวิดีโอและหลักฐานเพิ่มเติม
ผู้สื่อข่าวได้รับคลิปวิดีโอที่ถ่ายจากมือถือของพลเมืองดีในช่วงเกิดเหตุ ซึ่งในคลิปแสดงให้เห็นเด็กชายที่นั่งคร่อมรถจักรยานยนต์ และมีเสียงพูดว่า “โดนตำรวจยิง” นอกจากนี้ รายงานข่าวยังระบุว่ารถจักรยานยนต์ของเด็กชายเอมีลักษณะแต่งท่อเสียงดัง คาดว่าเป็นกลุ่มเด็กแว้น ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการกวดขันจับกุมอย่างต่อเนื่อง
ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. ของวันที่ 25 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่บริเวณสามแยกไฟแดงผาลาด ตำบลพระบาท อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง และได้รับภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งแสดงให้เห็นรถจักรยานยนต์ 2 คันวิ่งผ่านไป คันแรกคาดว่าเป็นของเพื่อนผู้บาดเจ็บ ส่วนคันที่สองคาดว่าเป็นรถของผู้บาดเจ็บเอง ตามมาด้วยรถกระบะของชาวบ้าน และรถจักรยานยนต์คันสุดท้ายที่คาดว่าเป็นของตำรวจที่ไล่ตาม
คำให้การของเพื่อนผู้บาดเจ็บ
จากการสอบถามพลเมืองดี ทราบว่าเด็กชายวัย 14 ปีรายนี้เป็นคนพื้นที่อำเภอแม่เมาะ ก่อนเกิดเหตุเขาได้มาหาเพื่อนที่บ้านในพื้นที่เดียวกัน เพื่อชวนกันเข้าเมืองไปรับเพื่อนอีกคนที่กำลังเลิกงาน โดยทั้งคู่ขี่รถจักรยานยนต์มาคนละคัน ซึ่งรถทั้งสองคันมีการแต่งท่อไอเสียทำให้มีเสียงดัง
เมื่อทั้งคู่ขี่มาถึงแยกไฟแดงผาลาด ตำรวจได้ออกมาจากป้อมที่อยู่ใกล้เคียงและขี่รถไล่ตามมา ทำให้เด็กตกใจและขี่รถหลบหนี โดยข้ามร่องกลางถนนและขี่ย้อนศรขึ้นไป ตำรวจไล่ตามจนกระทั่งช่วงขาลง มีการยิงปืนขู่ 1 นัด แต่ไม่โดน ก่อนจะยิงอีก 1 นัดทำให้เด็กวัย 14 ปีได้รับบาดเจ็บ
ต่อมาเมื่อเวลา 11.00 น. ผู้สื่อข่าวพบนายบี (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นพี่ของเด็กชายที่เกิดเหตุ เขาเปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุตนเองจะไปรับแฟนสาวที่ทำงานอยู่ที่อำเภอห้างฉัตร แต่มีน้ำมันเหลือน้อยจึงเรียกให้น้องวัย 14 ปีมาที่บ้านและช่วยขี่ยันรถไปด้วยกัน
เมื่อถึงป้อมตำรวจสามแยกไฟแดงผาลาด ตำรวจเห็นจึงไล่ตามมา ตนเองจึงตัดสินใจสตาร์ทรถและพากันบิดหนีไม่คิดชีวิต ในภาพกล้องวงจรปิดจะเห็นรถของตนเองเป็นคันแรก รถคันที่สองเป็นของน้องวัย 14 ปี รถคันที่สามเป็นรถกระบะของชาวบ้าน และรถคันที่สี่เป็นรถของตำรวจที่ไล่ตามมา
นายบียังกล่าวเสริมว่า ตนเองขี่รถนำหน้าน้องวัย 14 ปี จนถึงจุดเกิดเหตุ เห็นรถน้องเหมือนไปต่อไม่ไหวและหยุดอยู่ตรงนั้น ตอนแรกคิดว่าตำรวจคงจับน้องเฉยๆ แต่สักพักตำรวจก็เห็นตนเองและไล่ตามมา ตนจึงขี่รถหนีไปทางมหาวิทยาลัยราชภัฏ ก่อนที่น้ำมันจะหมดจึงทิ้งรถและวิ่งไปซ่อนตัวในป่า
“ขอยืนยันว่าตนเองไม่ได้มีสิ่งของผิดกฎหมายแต่อย่างใด แต่ยอมรับว่าแต่งรถและท่อไอเสียเสียงดัง จึงกลัวตำรวจจับ จึงขับหนีดังกล่าว หากรู้ว่าน้องถูกยิงคงเข้าไปช่วยแล้ว” นายบีกล่าวทิ้งท้าย
เสียงสะท้อนจากโลกโซเชียล
เหตุการณ์ดังกล่าวได้กลายเป็นประเด็นร้อนแรงบนโลกโซเชียลมีเดีย มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก โดยมีทั้งเสียงเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการกระทำของตำรวจ
- “ดูจากตัวรถคันนี้ ยังเป็นทรงลุงอยู่ แต่ท่อไม่ใช่ของเดิมติดรถ สงสัยเสียงท่ออาจจะไปทะลุประสาทหูของใครบางคน แต่ยังไงก็ขอให้หายเร็วๆ นะไอ้หนู”
- “ไม่รู้ที่โดนคือสาเหตุอะไร ดูจากเวลาและด้วยอายุ 14 นอนอยู่บ้านเชื่อฟังพ่อแม่ ปัญหาจะไม่เกิดแน่นอน”
- “ยังไงก็แล้วแต่น้องเขาไม่ควรถูกยิง ไม่ว่าจะมีเหตุหรือไม่มีเหตุอันใด ขอให้จับได้เร็วๆ แล้วแถลงข่าวให้คนลำปางรู้กันด้วยนะคะ”
ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งสอบสวนหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เพื่อคลี่คลายคดีและนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



