ตำรวจไซเบอร์ประสบความสำเร็จในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติที่สร้างความเสียหายให้กับประชาชนเป็นจำนวนมาก โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้พร้อมของกลางมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท การดำเนินการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่รัฐบาลให้ความสำคัญ
รายละเอียดการจับกุม
เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2567 พลตำรวจตรี ณัฐพงษ์ สว่างแก้ว ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 นำกำลังเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 5 จุดในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ผลการตรวจค้นสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 12 ราย ประกอบด้วยชาวไทย 10 ราย และชาวต่างชาติ 2 ราย พร้อมยึดของกลางจำนวนมาก ได้แก่ คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก โทรศัพท์มือถือ ซิมการ์ด และเอกสารที่เกี่ยวข้อง
พฤติกรรมของแก๊งคอลเซ็นเตอร์
แก๊งนี้มีพฤติกรรมโทรศัพท์ไปหลอกลวงเหยื่อโดยอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ เช่น ตำรวจ ศาล หรือธนาคาร โดยใช้เทคนิคการสร้างความตื่นตระหนกให้เหยื่อหลงเชื่อและโอนเงินให้ โดยมีบัญชีม้าที่เปิดไว้รับโอนเงินแล้วถอนออกไปทันที การสืบสวนพบว่าแก๊งนี้มีเครือข่ายเชื่อมโยงกับต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศเพื่อนบ้าน
ความเสียหายที่เกิดขึ้น
จากข้อมูลของตำรวจ พบว่ามีผู้เสียหายกว่า 500 รายทั่วประเทศ มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 100 ล้านบาท ผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและประชาชนทั่วไปที่ขาดความรู้เท่าทันกลโกงของมิจฉาชีพ ตำรวจกำลังขยายผลเพื่อติดตามเงินและจับกุมผู้ร่วมขบวนการที่เหลือ
คำแนะนำจากตำรวจ
พลตำรวจตรี ณัฐพงษ์ กล่าวว่า ประชาชนควรระมัดระวังเมื่อได้รับโทรศัพท์จากบุคคลที่ไม่รู้จัก โดยเฉพาะที่แจ้งว่ามีความผิดหรือต้องโอนเงิน ควรตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานโดยตรง และไม่ควรโอนเงินให้กับบุคคลที่ไม่รู้จักเด็ดขาด นอกจากนี้ หากพบเบาะแสสามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 191 หรือศูนย์รับแจ้งความออนไลน์
การดำเนินคดี
ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกแจ้งข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันฟอกเงิน, และร่วมกันนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โดยมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 100,000 บาท ต่อข้อหา ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติมและขยายผล



