นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล สั่งสอบเข้มกรณีชายจีนครอบครองอาวุธสงคราม โดยเฉพาะประเด็นเชื่อมโยงกับอาชญากรรมข้ามชาติและกลุ่ม BHQ ของกัมพูชา พร้อมย้ำมาตรการเด็ดขาดไม่ผ่อนปรน
นายกฯ สั่งสอบเข้มเหตุชายจีนครอบครองอาวุธสงคราม
วันนี้ (9 พ.ค. 2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ได้รับทราบข้อมูลการจับกุมผู้ต้องหาชาวจีนที่ซุกซ่อนอาวุธจำนวนมาก รวมถึงข้อมูลเชิงลึกที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ส่งมาให้เพิ่มเติม โดยเฉพาะการขยายผลประเด็นที่เกี่ยวกับความมั่นคง
นายกฯ กล่าวว่า ได้สั่งดำเนินการอย่างเด็ดขาดและเข้มข้น โดยเฉพาะประเด็นเชื่อมโยงอาชญากรรมข้ามชาติและกลุ่ม BHQ ของกัมพูชา ซึ่งต้องตรวจสอบให้ชัดเจนว่าเกี่ยวข้องหรือไม่
ย้ำกฎหมายเข้มงวด ไม่ผ่อนปรนการพกอาวุธ
นายกฯ ระบุว่า กรณีจับกุมชายชาวจีนสะท้อนถึงความเข้มงวดของกฎหมาย หากไม่ใช่เจ้าหน้าที่จะไม่อนุญาตให้พกพาอาวุธปืน และหากถูกจับกุม จำเป็นต้องขยายผลในข้อหาอื่นๆ ตามข้อเท็จจริง โดยไม่ควรผ่อนปรนตามเสียงเรียกร้อง
“ไม่มีการอนุญาตให้พกปืน หากใครพกปืนและไม่ใช่เจ้าหน้าที่ก็ผิดกฎหมายทั้งหมด สิ่งเหล่านี้ยืนยันได้ว่าใครที่พยายามบอกให้ผ่อนปรนการออกใบอนุญาตพกปืน ขนาดห้ามยังทำการอุกอาจแบบนี้ หากเกี่ยวข้องหรือเกี่ยวโยงกับบุคคลใดหรือกลุ่มใด ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ จะดำเนินการอย่างเต็มที่” นายกฯ กล่าว
ทบทวนมาตรการฟรีวีซา หลังพบชายจีนซุกอาวุธ
นอกจากนี้ นายกฯ ยังระบุถึงการขยายผลถึงมาตรการฟรีวีซา ที่ต้องทบทวนให้สมเหตุสมผลกับสถานการณ์ ซึ่งกรณีจับชายชาวจีนควรสอบสวนในรายละเอียดให้มากที่สุด เพื่อพิจารณาประกอบการวางมาตรการด้วย
ผบ.ตร.เร่งสอบปากคำ พบพิรุธขัดแย้งหลักฐาน
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เปิดเผยว่า กำลังติดตามคดีชายจีนซุกอาวุธสงครามอย่างใกล้ชิด พบว่าผู้ต้องหาให้ปากคำมีพิรุธขัดแย้งกับหลักฐานที่ตรวจพบ จึงต้องสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อหาแรงจูงใจในการก่อเหตุร้ายหรือการค้าอาวุธ
ขณะที่อธิบดีกรมการปกครอง สั่งเร่งตรวจสอบทะเบียนราษฎรของชาวจีนทั้ง 2 คน เพื่อตรวจสอบความถูกต้องและหาความเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรม
แจ้ง 5 ข้อหาหนัก ชายจีนซุกอาวุธสงคราม
ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาหนัก 5 ข้อหาแก่ชายจีนที่ซุกซ่อนอาวุธสงคราม โดยอยู่ระหว่างการสอบสวนเพื่อหาแรงจูงใจและขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้อง
นายกฯ ย้ำว่า รัฐบาลจะดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับผู้ที่กระทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะกรณีที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและอาชญากรรมข้ามชาติ เพื่อความปลอดภัยของประเทศ



