ครม.อนุทิน 2 ถ่ายภาพหมู่หน้าตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ
เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2569 คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ หรือ ครม.อนุทิน 2 ได้ร่วมกันถ่ายภาพหมู่หน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ในบรรยากาศที่ชื่นมื่น แม้อุณหภูมิจะสูงเกือบ 40 องศาเซลเซียสก็ตาม โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้นำรัฐมนตรีทั้ง 35 คน ในการสวมชุดปกติขาวเพื่อบันทึกภาพประวัติศาสตร์ครั้งนี้
บรรยากาศเรียบร้อยก่อนพิธีสำคัญ
ระหว่างทางเดิน นายอนุทินได้พูดคุยกับนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม จากนั้นคณะรัฐมนตรีได้ถ่ายภาพอีกครั้งที่เชิงบันไดตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนที่นายอนุทินจะนำรัฐมนตรีใหม่บางส่วนไปสักการะองค์นรสิงห์จำลองบนตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อเอาฤกษ์เอาชัย
ต่อมาในเวลา 17.10 น. คณะรัฐมนตรีได้ขึ้นรถยนต์ที่สำนักเลขานุการคณะรัฐมนตรีจัดเตรียมไว้ เพื่อเดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลไปยังพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เพื่อเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณในเวลา 19.00 น. ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนเริ่มปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ
เตรียมประชุมพิเศษและมาตรการแก้ไขราคาน้ำมัน
ในเวลา 20.00 น. ของวันเดียวกัน นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมีวาระสำคัญคือการให้ความเห็นชอบร่างแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ซึ่งกำหนดไว้ในวันที่ 9-10 เมษายนนี้ เพื่อประกาศทิศทางบริหารราชการแผ่นดินอย่างเป็นทางการ
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังจะพิจารณาจัดตั้งศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ชุดใหม่ พร้อมทั้งมีการแต่งตั้งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี 3 คน ได้แก่ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา, พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ และนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
ไฮไลต์ด้านนโยบายพลังงาน
สำหรับประเด็นร้อนแรง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) จะนำเสนอข้อสรุปเรื่องโครงสร้างราคาน้ำมันเข้าสู่ที่ประชุม โดยมีแนวทางการแก้ไขปัญหาแบ่งเป็น 2 ระยะ ดังนี้
- ระยะอดีตเดือนมีนาคม เนื่องจากกฎหมายไม่มีผลย้อนหลัง รัฐบาลจะใช้วิธีให้กระทรวงพลังงานไปเจรจากับโรงกลั่น เพื่อขอนำผลประโยชน์ส่วนเกินมาช่วยลดภาระประชาชน คล้ายกับโมเดลในช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน
- ระยะอนาคตตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นไป จะใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 ซึ่งให้อำนาจนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) สามารถกำหนดราคาและค่าการกลั่นในอนาคตได้เลย
สำหรับการใช้ พ.ร.ก.ดังกล่าว จะส่งผลให้นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เรียกประชุมในวันที่ 7 เมษายนนี้ เพื่อกำหนดค่าการกลั่นโดยนำต้นทุนที่แท้จริง ราคาขายจริง และกำไรเฉลี่ยในอดีตมาเป็นมาตรฐานในการคำนวณ ซึ่งคาดว่าจะช่วยบรรเทาปัญหาค่าครองชีพของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ



