ช้อปปี้ปรับขึ้นค่าธรรมเนียมขายสูงสุด 2-3% เริ่ม 7 เม.ย. กระทบร้านค้าและผู้บริโภค
ช้อปปี้ แพลตฟอร์มขายสินค้าออนไลน์รายใหญ่ของไทย ประกาศปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการขายบนแพลตฟอร์ม มีผลตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2569 เป็นต้นไป การปรับขึ้นครั้งนี้ครอบคลุมทั้งผู้ขายในกลุ่มมอลล์และผู้ขายทั่วไป ส่งผลให้อัตราค่าธรรมเนียมรวมเพิ่มขึ้นราว 3-4% ซึ่งเป็นการเพิ่มภาระต้นทุนให้กับผู้ค้าออนไลน์อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงที่ค่าครองชีพสูงจากราคาน้ำมันแพง
รายละเอียดการปรับขึ้นค่าธรรมเนียม
การปรับขึ้นค่าธรรมเนียมครั้งนี้ประกอบด้วยสามส่วนหลัก ได้แก่
- ค่าธรรมเนียมการขาย: ปรับขึ้นสูงสุด 2% สำหรับทั้งกลุ่มมอลล์และผู้ขายทั่วไป
- ค่าธรรมเนียมผ่อนบัตรเครดิต: เพิ่มขึ้น 1% เช่น ผ่อน 3 เดือนจาก 4% เป็น 5% ผ่อน 6 เดือนจาก 5.5% เป็น 6.5% และผ่อน 10 เดือนขึ้นไปจาก 6% เป็น 7%
- ค่าธรรมเนียม SPayLater: เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1% สำหรับการทำธุรกรรมผ่านระบบสินเชื่อพิเศษบนแพลตฟอร์ม
อย่างไรก็ตาม ช้อปปี้ได้มีมาตรการลดหย่อนค่าธรรมเนียมให้กับร้านค้ารายเล็ก โดยผู้ขายที่มียอดขายรวมไม่เกิน 10,000 บาทภายใน 30 วัน จะได้รับส่วนลดค่าธรรมเนียมการขาย 0.5-1.50% เพื่อบรรเทาผลกระทบ
ผลกระทบต่อหมวดสินค้าต่างๆ
การปรับขึ้นค่าธรรมเนียมส่งผลให้หมวดสินค้าหลักปรับอัตราตามไปด้วย ดังนี้
- กลุ่มมอลล์: หมวดอิเล็กทรอนิกส์ปรับขึ้นเป็น 5.89-15.52% จากเดิม 5.35-13.91% หมวดแฟชั่นปรับขึ้นเป็น 11.24-15.52% จากเดิม 11.24-13.91% หมวดสินค้าอุปโภคบริโภคและอื่นๆ ปรับขึ้นเป็น 15.52% จากเดิม 13.91% และหมวดไลฟ์สไตล์ปรับขึ้นเป็น 12.84-15.52% จากเดิม 11.24-13.91%
- ผู้ขายทั่วไป: หมวดอิเล็กทรอนิกส์ปรับเป็น 5.89-12.31% จากเดิม 5.35-10.70% หมวดแฟชั่นปรับเป็น 8.03-13.38% จากเดิม 8.03-11.77% หมวดสินค้าอุปโภคบริโภคและอื่นๆ ปรับเป็น 12.31% จาก 10.70% และหมวดไลฟ์สไตล์ปรับเป็น 9.63-12.31% จากเดิม 8.03-10.70%
อัตราดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว และคาดว่าอาจทำให้ผู้ค้าปรับขึ้นราคาสินค้าเพื่อส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภค
การตอบสนองจากหน่วยงานรัฐ
กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า การปรับขึ้นค่าธรรมเนียมนี้ไม่เข้าข่ายการกำกับดูแลภายใต้พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการพ.ศ.2542 เนื่องจากเป็นเรื่องของสัญญาระหว่างเอกชนกับเอกชน อย่างไรก็ตาม หากร้านค้าเห็นว่าสัญญาไม่เป็นธรรม สามารถร้องเรียนไปที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้
นอกจากนี้ คณะกรรมการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ได้ออกประกาศแนวทางพิจารณาการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมในธุรกิจแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งสามารถดูแลพฤติกรรมทางการค้าของแพลตฟอร์มได้ ขณะที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) มีคู่มือให้แพลตฟอร์มออนไลน์แจ้งข้อมูลทางการค้า และหากพบพฤติกรรมที่ไม่เป็นธรรมจะส่งให้ กขค. พิจารณาต่อไป
การปรับขึ้นค่าธรรมเนียมครั้งนี้จึงถือว่ามีหน่วยงานเฉพาะดูแลอยู่แล้ว แต่ยังคงสร้างความกังวลให้กับผู้ค้าออนไลน์และผู้บริโภคในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน



