ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา จากศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) เปิดเผยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สายพันธุ์ XEC ซึ่งเป็นสายพันธุ์ลูกผสมระหว่างโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย KS.1.1 และ KP.3.3 โดยระบุว่า สายพันธุ์นี้มีการกลายพันธุ์ที่ทำให้สามารถแพร่กระจายได้ง่ายขึ้น แต่ไม่ได้ทำให้ความรุนแรงของโรคเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด
ลักษณะของสายพันธุ์ XEC
สายพันธุ์ XEC ถูกตรวจพบครั้งแรกในประเทศเยอรมนีเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และเริ่มมีการแพร่กระจายไปยังประเทศต่างๆ ในยุโรปและอเมริกา โดยมีลักษณะเด่นคือการกลายพันธุ์ในส่วนของโปรตีนหนาม (Spike Protein) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการเข้าสู่เซลล์ของมนุษย์ การกลายพันธุ์นี้ทำให้ไวรัสสามารถจับกับเซลล์ได้ดีขึ้น ส่งผลให้การติดเชื้อแพร่กระจายได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ความรุนแรงของโรคไม่เพิ่มขึ้น
แม้ว่าสายพันธุ์ XEC จะมีการกลายพันธุ์ที่เพิ่มความสามารถในการแพร่เชื้อ แต่ข้อมูลจากห้องปฏิบัติการชี้ให้เห็นว่า ความรุนแรงของโรคไม่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับสายพันธุ์โอมิครอนรุ่นก่อนหน้า ผู้ป่วยส่วนใหญ่ยังคงมีอาการไม่รุนแรง เช่น มีไข้ต่ำ ไอ เจ็บคอ และอ่อนเพลีย โดยเฉพาะในผู้ที่ได้รับวัคซีนครบตามกำหนดหรือมีภูมิคุ้มกันจากการติดเชื้อก่อนหน้า
ประสิทธิภาพของวัคซีน
ดร.อนันต์ยังกล่าวถึงประสิทธิภาพของวัคซีนที่มีอยู่ในปัจจุบันต่อสายพันธุ์ XEC ว่า วัคซีนที่ออกแบบมาเพื่อรับมือกับสายพันธุ์โอมิครอนยังคงมีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อและการเจ็บป่วยรุนแรงได้ในระดับหนึ่ง แต่การติดเชื้ออาจเกิดขึ้นได้แม้ในผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้ว เนื่องจากสายพันธุ์นี้สามารถหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันได้บางส่วน อย่างไรก็ตาม วัคซีนยังคงช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดอาการรุนแรงและการเสียชีวิตได้อย่างมีนัยสำคัญ
คำแนะนำสำหรับประชาชน
นักไวรัสวิทยาแนะนำให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว และหญิงตั้งครรภ์ ควรรับวัคซีนเข็มกระตุ้น (Booster Dose) เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงอยู่เสมอ นอกจากนี้ ควรปฏิบัติตามมาตรการป้องกันส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด เช่น การสวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะ การล้างมือบ่อยๆ และการเว้นระยะห่างทางสังคม โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดสูง
ทั้งนี้ ดร.อนันต์ย้ำว่า ถึงแม้สายพันธุ์ XEC จะแพร่กระจายได้เร็ว แต่หากประชาชนยังคงระมัดระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการ ก็จะสามารถควบคุมการระบาดได้ และไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนกเกินเหตุ



