นวัตกรรมใหม่ในการตรวจวัณโรค
ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ร่วมกับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) และโรงพยาบาลราชวิถี ประสบความสำเร็จในการพัฒนาเครื่องตรวจวัณโรคด้วยลมหายใจ โดยใช้เทคโนโลยีจมูกอิเล็กทรอนิกส์ (E-Nose) ซึ่งสามารถตรวจจับสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) ที่เป็นลายเซ็นเฉพาะของเชื้อวัณโรคในลมหายใจของผู้ป่วย
หลักการทำงาน
เครื่องตรวจนี้ประกอบด้วยเซนเซอร์ก๊าซชนิดต่างๆ ที่ไวต่อสาร VOCs เมื่อผู้ป่วยหายใจเข้าไปในอุปกรณ์ เซนเซอร์จะทำการวิเคราะห์และส่งสัญญาณไปยังระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ถูกฝึกให้จำแนกผลลัพธ์ โดยใช้เวลาตรวจเพียง 5-10 นาที และสามารถบอกผลได้ทันที
ข้อดีของการตรวจด้วยลมหายใจ
- ไม่ต้องเก็บเสมหะ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ยุ่งยากและเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ
- ลดความเสี่ยงของบุคลากรทางการแพทย์ในการติดเชื้อ
- ตรวจได้รวดเร็ว ไม่ต้องรอผลเพาะเชื้อนานหลายสัปดาห์
- เหมาะสำหรับการคัดกรองในชุมชนหรือพื้นที่ห่างไกล
ผลการทดสอบ
จากการทดสอบในกลุ่มตัวอย่างกว่า 500 คน พบว่าเครื่องมีค่าความไว (Sensitivity) ร้อยละ 92 และค่าความจำเพาะ (Specificity) ร้อยละ 88 ซึ่งใกล้เคียงกับวิธีการตรวจมาตรฐานอย่างการเพาะเชื้อและการตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์
การพัฒนาในอนาคต
ทีมวิจัยมีแผนที่จะพัฒนาเครื่องให้มีขนาดเล็กลงและพกพาสะดวก รวมถึงลดต้นทุนการผลิตให้ต่ำกว่า 10,000 บาทต่อเครื่อง เพื่อให้สามารถนำไปใช้ในโรงพยาบาลชุมชนและหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ได้อย่างแพร่หลาย คาดว่าจะพร้อมใช้งานจริงภายใน 2 ปี
นวัตกรรมนี้ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และมีแผนที่จะจดสิทธิบัตรเพื่อต่อยอดเชิงพาณิชย์



