สัญญาณไมเกรนปวดหัวรุนแรง แพทย์แนะวิธีป้องกันสิ่งกระตุ้น
สัญญาณไมเกรนปวดหัวรุนแรง แพทย์แนะวิธีป้องกัน

แพทย์เตือนอาการปวดศีรษะไมเกรนเป็นภาวะปวดศีรษะรุนแรงข้างเดียว มักปวดข้างเดิมซ้ำๆ ร่วมกับคลื่นไส้อาเจียน และไวต่อแสงและเสียง หากปล่อยเรื้อรังอาจทำให้อาการรุนแรงขึ้น ควรพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม

สาเหตุของไมเกรน

ไมเกรนเกิดจากความผิดปกติของระบบสารสื่อประสาทในสมองบริเวณเยื่อหุ้มสมอง ทำให้หลอดเลือดอักเสบและขยายตัว ส่งผลให้ปวดศีรษะรุนแรง ปัจจัยกระตุ้นที่พบบ่อย ได้แก่

  • พันธุกรรม: ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นไมเกรนมีความเสี่ยงสูง
  • อายุ: พบมากในช่วงอายุ 25-45 ปี
  • เพศ: ผู้หญิงมีโอกาสเป็นมากกว่าผู้ชายถึง 3 เท่า
  • ฮอร์โมน: การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนประจำเดือน ยาคุมกำเนิด หรือการบำบัดทดแทนฮอร์โมนอาจกระตุ้นอาการ
  • อาหาร: ผงชูรส น้ำตาลเทียม ชีส ไวน์ ช็อกโกแลต ชา กาแฟ
  • ประสาทสัมผัส: แสงจ้า เสียงดัง กลิ่นเหม็น ควันบุหรี่
  • การอดนอนและความเครียด

อาการของไมเกรน

อาการปวดศีรษะรุนแรงแบบตุ้บๆ เป็นจังหวะข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง มักปวดข้างเดิมซ้ำๆ การเคลื่อนไหวทำให้ปวดมากขึ้น ร่วมกับไวต่อแสง เสียง กลิ่น คลื่นไส้ อาเจียน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เมื่อใดควรพบแพทย์

หากปวดศีรษะนาน 4-72 ชั่วโมง รบกวนชีวิตประจำวัน หรือมีอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบพบแพทย์ทันที

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  • ปวดศีรษะฉับพลันรุนแรงเหมือนสายฟ้าฟาด
  • ปวดศีรษะ มีไข้ สับสน
  • ทานยาแก้ปวดแล้วไม่ดีขึ้น
  • ปวดเรื้อรังหรือแย่ลงหลังไอ ออกแรง หรือเคลื่อนไหว
  • แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ชาตามร่างกาย
  • การมองเห็นผิดปกติ เช่น มองเห็นภาพซ้อน ตามัว ภาพดับ สายฟ้า

การรักษาไมเกรน

การรักษาแบบฉับพลัน

  • ยาบรรเทาปวด: NSAIDs, กลุ่มทริปแทน (Triptan), กลุ่ม GPANT (ละลายในปาก) ควรใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์
  • ยาต้านคลื่นไส้: ช่วยลดอาการคลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ

การป้องกันไมเกรนกำเริบ

  • ยาป้องกันแบบรับประทานทุกวัน: ยาควบคุมความดันโลหิต ยากันชักบางชนิด ยาต้านซึมเศร้า
  • การฉีดโบท็อกซ์: สำหรับไมเกรนเรื้อรัง (ปวด≥14 วัน/เดือน) ช่วยคลายกล้ามเนื้อและยับยั้งสัญญาณปวด
  • การฉีดยาเข้าใต้ผิวหนัง: เดือนละ 1 ครั้ง ลดสารตั้งต้นที่ก่อให้เกิดไมเกรน

การรักษาทั้งหมดควรได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์เฉพาะทางปวดศีรษะก่อน

การดูแลตนเองเมื่อมีอาการ

หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น นอนหลับให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ลดความเครียด เมื่อเริ่มมีอาการ ควรอยู่ในห้องเงียบมืด หลับตา พักผ่อน ประคบเย็นบริเวณต้นคอ และนวดบริเวณที่ปวด หากอาการรุนแรงหรือมีอาการผิดปกติอื่นๆ ควรรีบพบแพทย์

ข้อมูลจาก: โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท