บ้านหมุนตอนลุกนอน? อาจเป็นโรคหินปูนหูชั้นในเคลื่อน รักษาได้
บ้านหมุนตอนลุกนอน? อาจเป็นโรคหินปูนหูชั้นในเคลื่อน รักษาได้

เคยไหม? หันศีรษะเร็วๆ แล้วเวียนหัว บ้านหมุนกะทันหัน นี่อาจเป็นสัญญาณของ 'โรคตะกอนหินปูนหูชั้นในเคลื่อน' สาเหตุอาการเวียนศีรษะอันดับหนึ่งจากโรคหูที่คุณไม่ควรละเลย

ทำความรู้จักโรคตะกอนหินปูนหูชั้นในเคลื่อน

หลายคนอาจเคยประสบกับอาการจู่ๆ ก็รู้สึกเวียนหัวบ้านหมุน โคลงเคลงจนตั้งหลักไม่ถูก โดยเฉพาะในจังหวะที่ต้องเปลี่ยนท่าทางร่างกายกะทันหัน อาการเหล่านี้อาจไม่ใช่แค่การหน้ามืดธรรมดา แต่เป็นสัญญาณเตือนของโรคตะกอนหินปูนหูชั้นในเคลื่อน (Benign Paroxysmal Positional Vertigo: BPPV) ซึ่งเป็นหนึ่งในโรคใกล้ตัวที่บั่นทอนคุณภาพชีวิตของใครหลายคนอย่างคาดไม่ถึง

โรคตะกอนหินปูนหูชั้นในเคลื่อนถือเป็นสาเหตุของอาการเวียนศีรษะที่พบได้บ่อยที่สุดในกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการเวียนศีรษะซึ่งมีต้นตอมาจากโรคหู กลไกการเกิดโรคนั้นอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ คือ โดยปกติแล้วบริเวณหูชั้นในของคนเราจะมีหินปูนทำหน้าที่อยู่ภายในอวัยวะการทรงตัว แต่เมื่อใดก็ตามที่เกิดความผิดปกติจนหินปูนหลุดออกจากตำแหน่งเดิม ก็จะส่งผลให้คนไข้เกิดอาการเวียนหัว บ้านหมุน ขึ้นมาทันที อาการมักจะกำเริบขึ้นตามท่าทางที่หินปูนเคลื่อนตัว เช่น การเปลี่ยนท่าทางจากท่านั่งเป็นท่านอน หรือการหันศีรษะอย่างรวดเร็ว

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

สาเหตุที่ทำให้หินปูนในหูหลุด

ในปัจจุบันทางการแพทย์ยังไม่สามารถระบุสาเหตุของการเกิดหินปูนหลุดได้อย่างชัดเจน แต่จากการเก็บสถิติและข้อบ่งชี้ทางการแพทย์พบปัจจัยเสี่ยงที่น่าสนใจดังนี้

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  • ปัจจัยด้านอายุ: เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น โอกาสที่หินปูนจะหลุดก็ยิ่งพบได้บ่อยครั้งขึ้น
  • ระบบไหลเวียนโลหิต: อาจเกิดจากสภาวะที่เลือดไปเลี้ยงอวัยวะส่วนดังกล่าวลดน้อยลง
  • การบาดเจ็บ: มีการกระทบกระแทกบางอย่างที่บริเวณศีรษะหรือหู ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นทำให้หินปูนหลุดออกได้เช่นกัน

วิธีการวินิจฉัยและเช็กอาการโดยแพทย์

หากคุณมีอาการเข้าข่ายและไปพบแพทย์ การวินิจฉัยโรคตะกอนหินปูนหูชั้นในเคลื่อนสามารถทำได้โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งแพทย์จะทำการทดสอบด้วยการหมุนศีรษะของผู้ป่วย พร้อมกับสังเกตดูพฤติกรรมการกลอกของลูกตาว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นหรือไม่ รวมถึงประเมินว่าคนไข้มีอาการเวียนศีรษะร่วมด้วยในระหว่างการทดสอบตรวจเช็กท่วงท่าดังกล่าว

อันตรายและภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง

ความน่ากลัวของโรคตะกอนหินปูนหูชั้นในเคลื่อน ไม่ใช่เพียงแค่ความรู้สึกไม่สบายตัวจากอาการเวียนหัว บ้านหมุน เท่านั้น แต่อันตรายที่แท้จริงคือสภาวะบ้านหมุนเฉียบพลันนี้อาจเป็นชนวนเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงตามมา เช่น การพลัดตก หรือการหกล้ม จนได้รับบาดเจ็บทางร่างกายได้

แนวทางการรักษาเมื่อตะกอนหินปูนเคลื่อน

สำหรับขั้นตอนและวิธีการรักษานั้น แพทย์จะมีแนวทางตามลำดับความรุนแรงของอาการดังต่อไปนี้

  1. การกายภาพบำบัด: แพทย์จะทำกายภาพบำบัดเฉพาะทางเพื่อช่วยปรับและหนุนให้หินปูนที่หลุดออกมาเคลื่อนกลับเข้าที่เดิม
  2. การใช้ยาบรรเทาอาการ: มีการจ่ายยาแก้เวียนศีรษะเพื่อช่วยบรรเทาอาการในเบื้องต้น
  3. การผ่าตัด: ในกรณีที่คนไข้เข้ารับการรักษาด้วยวิธีทำกายภาพบำบัดแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น และมีอาการเรื้อรังยาวนานต่อเนื่องมากกว่า 1 ปี แพทย์อาจพิจารณาใช้วิธีผ่าตัดอุดท่อการทรงตัวในหูชั้นใน เพื่อล็อกไม่ให้หินปูนขยับเขยื้อน อย่างไรก็ตาม วิธีการผ่าตัดนี้ก็มีความเสี่ยงที่อาจทำให้คนไข้สูญเสียการได้ยินได้

วิธีดูแลตัวเองและพฤติกรรมที่ต้องเลี่ยง

ข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่า ส่วนใหญ่แล้วตะกอนหินปูนที่หลุดบ่อยมักจะเคลื่อนไปตกอยู่ที่บริเวณท่อด้านหลังของหูชั้นใน ดังนั้น ผู้ป่วยจึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษในท่วงท่าที่มีการหงายศีรษะไปข้างหลัง เช่น การไปนอนสระผมตามร้านทำผม หรือการเงยหน้าในท่าหยอดตา หากมีอาการเวียนหัวบ้านหมุนบ่อยครั้ง หรือสงสัยว่าตนเองกำลังเผชิญกับโรคนี้ ควรรีบเข้าพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อทำการตรวจวินิจฉัยอย่างถูกต้อง เพื่อความปลอดภัยและสุขภาวะที่ดีในระยะยาว

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: ผศ. พญ.ศิวะพร เกียรติธนะบำรุง ภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล