วงการแพทย์ออกมาเตือนภัยสุขภาพครั้งใหญ่ หลังพบว่าเชื้อราอะฟลาทอกซิน (Aflatoxin) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งที่พบได้บ่อยในอาหารหลายชนิด มีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้เกิดมะเร็งตับ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคที่รับประทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อรานี้เป็นประจำ
อะฟลาทอกซินคืออะไร
อะฟลาทอกซินเป็นสารพิษที่ผลิตโดยเชื้อราในสกุลแอสเปอร์จิลลัส (Aspergillus) ซึ่งมักพบในพืชผลทางการเกษตร เช่น ข้าวโพด ถั่วลิสง พริกแห้ง และเครื่องเทศต่างๆ โดยเฉพาะในสภาพอากาศที่ร้อนชื้นซึ่งเอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อรา
อันตรายของอะฟลาทอกซิน
องค์การอนามัยโลก (WHO) จัดให้อะฟลาทอกซินเป็นสารก่อมะเร็งในกลุ่มที่ 1 ซึ่งหมายถึงมีหลักฐานชัดเจนว่าก่อมะเร็งในมนุษย์ โดยเฉพาะมะเร็งตับ นอกจากนี้ยังอาจทำให้เกิดพิษเฉียบพลัน ตับวาย และภูมิคุ้มกันบกพร่อง
อาหารที่เสี่ยงต่อการปนเปื้อน
- ถั่วลิสงและผลิตภัณฑ์จากถั่วลิสง เช่น เนยถั่ว น้ำพริกถั่ว
- ข้าวโพดและผลิตภัณฑ์ เช่น ข้าวโพดคั่ว แป้งข้าวโพด
- พริกแห้งและเครื่องเทศ เช่น พริกป่น กระเทียมแห้ง
- ธัญพืช เช่น ข้าวสาร ข้าวสาลี
วิธีป้องกันและลดความเสี่ยง
- เลือกซื้ออาหารจากแหล่งที่เชื่อถือได้ ตรวจสอบวันผลิตและวันหมดอายุ
- เก็บรักษาอาหารในที่แห้งและเย็น เพื่อลดความชื้นที่เชื้อราสามารถเจริญเติบโตได้
- หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีรสขมหรือมีกลิ่นอับ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการปนเปื้อน
- ล้างและปรุงอาหารให้สุก การปรุงอาหารที่อุณหภูมิสูงสามารถลดปริมาณอะฟลาทอกซินได้บางส่วน
ข้อแนะนำสำหรับผู้บริโภค
ผู้บริโภคควรตระหนักถึงความเสี่ยงและตรวจสอบอาหารก่อนรับประทานอยู่เสมอ โดยเฉพาะอาหารที่เก็บไว้นานหรืออยู่ในสภาพที่ไม่เหมาะสม หากพบว่าอาหารมีลักษณะขึ้นรา ควรทิ้งทันที ไม่ควรตัดส่วนที่เสียออกแล้วรับประทานส่วนที่เหลือ เพราะเชื้อราอาจแผ่กระจายไปทั่วทั้งชิ้น
นอกจากนี้ ควรบริโภคอาหารที่หลากหลายเพื่อลดความเสี่ยงจากการสะสมของสารพิษชนิดใดชนิดหนึ่ง และหากมีอาการผิดปกติ เช่น อ่อนเพลีย ตาเหลือง หรือปวดท้อง ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย



