ในบรรดาพระสมเด็จฯ ของท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) นั้น อาจถือได้ว่า พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ทรงเส้นด้าย มีพุทธลักษณะที่มีความซับซ้อนน้อยที่สุด โดยมีรายละเอียดของแม่พิมพ์ที่เป็นแบบสังเขป มีเส้นสายลายพิมพ์ปรากฏเท่าที่จำเป็นเพื่อสื่อถึงองค์พระพุทธปฏิมา เป็นลักษณะที่คล้ายเส้นลวดหรือเส้นด้ายอันเป็นที่มาของชื่อพิมพ์ทรง เค้าโครงแม่พิมพ์เป็นลักษณะพื้นฐานของพระสมเด็จฯ ทุกพิมพ์ทรง มีผู้กล่าวว่าพระสมเด็จพิมพ์ทรงนี้นั้นเป็นเหมือนภาพสเก็ตช์ของพระสมเด็จฯ พิมพ์ทรงใหญ่ด้วยเช่นกัน
ลักษณะศิลปกรรมแบบพริมิทีฟ
ด้วยความที่พระสมเด็จฯ พิมพ์นี้มีลักษณะพื้นฐานที่ไม่ซับซ้อนดังกล่าว อาจารย์ประกิต หลิมสกุล หรือพลายชุมพล หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ กล่าวว่าเป็นลักษณะของศิลปกรรมแบบพริมิทีฟ หรือแบบบ้านๆ ซึ่งตามหลักการทางศิลปะแล้วควรจะต้องเป็นพิมพ์ที่มีการสร้างขึ้นมาก่อนพิมพ์ทรงที่มีความซับซ้อนกว่า เช่น พระสมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์ทรงมาตรฐานทั้ง 5 พิมพ์ทรง ได้แก่ พิมพ์ทรงใหญ่ พิมพ์ทรงเจดีย์ พิมพ์ทรงฐานแซม พิมพ์ทรงเกศบัวตูม และพิมพ์ทรงปรกโพธิ์ แต่อย่างไรก็ตาม วงการพระเครื่องในปัจจุบันส่วนใหญ่เชื่อกันว่า พระสมเด็จฯ พิมพ์ทรงเส้นด้ายนั้นมีเฉพาะของวัดบางขุนพรหม ไม่มีของวัดระฆังฯ
หลักฐานจากตำราโบราณ
น่าสนใจว่า แท้จริงแล้ว พระสมเด็จฯ พิมพ์ทรงเส้นด้ายนั้นมีของวัดระฆังฯ ด้วยหรือไม่ หนังสือพระเครื่องประยุกต์ ของตรียัมปวาย พิมพ์เมื่อปี พ.ศ. 2507 ได้พูดถึงกรณีการสร้างพระสมเด็จฯ วัดบางขุนพรหม เมื่อปี พ.ศ. 2413 ไว้ว่า “ท่านเจ้าพระคุณสมเด็จฯ มาทำพิธีสร้างพระสมเด็จฯ ที่วัดอินทรวิหาร แล้วนำไปบรรจุไว้ในพระเจดีย์องค์ประธานของวัดใหม่อมตรส การสร้างต้องการปริมาณมาก จึงใช้แม่พิมพ์ทุกแบบของวัดระฆังฯ ที่เป็นแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้า แม้จะเป็นบางแบบพิมพ์เลิกสร้างที่วัดระฆังฯ แล้ว เช่น พิมพ์ทรงเส้นด้าย...” ซึ่งถ้าอ้างตามตำราเล่มนี้ที่มีการค้นคว้าอ้างอิงแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ แสดงว่า พระสมเด็จฯ พิมพ์ทรงนี้นั้นถูกสร้างมาก่อนโดยวัดระฆังฯ จริง โดยช่างฝีมือชาวบ้านในช่วงแรก ก่อนที่จะมีช่างทองหลวงเข้ามาช่วยทำแม่พิมพ์ที่เป็นพิมพ์ทรงมาตรฐานของวัดระฆังฯ ดังกล่าวข้างต้น ซึ่งถ้าว่าตามหลักการทางศิลปะแล้วก็ควรจะเป็นเช่นนั้น
มุมมองจากศาสตร์แห่งพระสมเด็จ
อย่างไรก็ตาม “ศาสตร์แห่งพระสมเด็จ” เคยนำเสนอว่า พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ทรงเส้นด้ายที่มีปรากฏอยู่ในตลาดพระในปัจจุบันที่เป็นพิมพ์ทรงมาตรฐานนั้น แทบทั้งหมดได้รับอิทธิพลในการออกแบบพิมพ์ทรงมาจากพระสมเด็จฯ พิมพ์ทรงใหญ่กลุ่มพิมพ์ทรงมาตรฐาน ทั้งของวัดระฆังฯ และวัดบางขุนพรหม ซึ่งออกแบบโดยกลุ่มช่างทองหลวง กล่าวคือพุทธศิลป์โดยรวมมักจะเป็นแบบ “ทัศนียภาพ” คือมีลักษณะที่ดูมีระยะใกล้ไกลมีความลึก เหมือนตาคนมอง พระมีการตะแคงมาทางด้านขวามือองค์พระ แต่อาจจะไม่ชัดเจนเหมือนพระสมเด็จฯ พิมพ์ทรงใหญ่ หรือที่เรียกว่าเกิดจากการผ่อนคลายทางพิมพ์ทรง ทำให้อนุมานได้ว่าพระพิมพ์ทรงนี้ในกลุ่มพิมพ์ทรงมาตรฐานในปัจจุบันนั้น สร้างจากแม่พิมพ์ที่มีการแกะขึ้นใหม่เมื่อคราวเตรียมการสร้างพระสมเด็จบางขุนพรหม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาร่วมกับลักษณะของเนื้อหามวลสารที่เป็นลักษณะเฉพาะของพระสมเด็จวัดบางขุนพรหมแล้ว ไม่น่าจะสร้างจากแม่พิมพ์โบราณของวัดระฆังฯ เพราะถ้าเป็นแม่พิมพ์โบราณดังกล่าวจะไม่มีลักษณะของทัศนียภาพที่ออกแบบโดยช่างทองหลวง ซึ่งเป็นลักษณะของศิลปกรรมแบบตะวันตกปรากฏให้เห็น
ความเป็นไปได้ของพระสมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์ทรงเส้นด้าย
“ศาสตร์แห่งพระสมเด็จ” ขออนุญาตแสดงความเห็นด้วยความเคารพครูอาจารย์รุ่นก่อนว่า พระสมเด็จฯ พิมพ์ทรงเส้นด้ายของวัดระฆังฯ นั้น มีความเป็นไปได้สูงว่าน่าจะมีอยู่จริง เพียงแต่จากพยานหลักฐานเท่าที่มีปรากฏ สำหรับแม่พิมพ์ของพระพิมพ์ทรงนี้ที่เป็นแม่พิมพ์โบราณที่บอกว่าเลิกใช้สร้างพระวัดระฆังฯ แล้วนั้น ไม่น่าจะมีการนำมาสร้างพระสมเด็จวัดบางขุนพรหมเมื่อคราวบรรจุกรุพระเจดีย์ใหญ่ และสำหรับพระสมเด็จวัดระฆังฯ พิมพ์ทรงเส้นด้ายที่อาจจะมีการสร้างตั้งแต่ช่วงแรกโดยช่างฝีมือชาวบ้านนั้น เนื้อพระน่าจะมีความแตกต่างไปจากเนื้อพระของพิมพ์ทรงมาตรฐานหรือที่เรียกว่าเนื้อนิยมด้วยเช่นกัน
บทส่งท้าย
พระสมเด็จฯ พิมพ์ทรงเส้นด้ายนั้น ปัจจุบันเชื่อกันว่า มีเฉพาะของวัดบางขุนพรหมเท่านั้น โดยนิรนามได้แบ่งออกเป็น 7 พิมพ์ทรงย่อย ได้แก่ พิมพ์ใหญ่หรือพิมพ์เส้นด้ายใหญ่ คล้ายพระสมเด็จวัดบางขุนพรหมพิมพ์ใหญ่ พิมพ์ตื้น, พิมพ์หูบายศรี, พิมพ์ฐานแคบ, พิมพ์แขนกลมเกศยาว, พิมพ์แขนบ่วง, พิมพ์แขนกว้าง และพิมพ์อกตัววี อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากตำราที่น่าเชื่อถือ ประกอบกับองค์ความรู้ทางศิลปะ อนุมานได้ว่า พระสมเด็จฯ พิมพ์ทรงเส้นด้ายที่เป็นแบบพิมพ์ทรงโบราณที่เป็นของวัดระฆังฯ นั้น มีความเป็นไปได้สูงที่จะมีการสร้างด้วยเช่นกัน “ศาสตร์แห่งพระสมเด็จ” เชื่อว่าแนวทางการพิจารณาพระสมเด็จฯ ตามหลักวิชาการพิสูจน์หลักฐานนี้ จะนำไปสู่การรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม และในอนาคตเมื่อมีพยานหลักฐานสนับสนุนเพียงพอ ประกอบกับองค์ความรู้ที่น่าเชื่อถือ น่าจะนำไปสู่การกำหนดแนวทางพิจารณาพระสมเด็จฯ พิมพ์ทรงเส้นด้ายที่เป็นของวัดระฆังฯ ได้ ถ้ามีจริง และอาจรวมถึงพิมพ์ทรงโบราณอื่นๆ ได้ด้วยเช่นกัน
แนวทางพิจารณาพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ทรงเส้นด้ายใหญ่
“ศาสตร์แห่งพระสมเด็จ” ขออนุญาตส่งท้ายตอนนี้ด้วยการเรียบเรียงแนวทางพิจารณา พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ทรงเส้นด้าย พิมพ์ใหญ่ หรือ พิมพ์ทรงเส้นด้ายใหญ่ ที่มีผู้กล่าวว่ามีลักษณะใกล้เคียงกับ พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ใหญ่ พิมพ์ตื้น ค่อนข้างมาก ของนิรนาม มานำเสนอเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาดังต่อไปนี้
- รูปพระพักตร์ของพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ทรงเส้นด้ายใหญ่ จะคล้ายคลึงกับรูปพระพักตร์ของพระสมเด็จวัดบางขุนพรหมพิมพ์ใหญ่ พิมพ์ตื้น
- พระสมเด็จวัดบางขุนพรหมพิมพ์เส้นด้ายใหญ่ ศิลปะขององค์พระจะไม่มีหู
- หัวไหล่ด้านซ้ายมือขององค์พระสมเด็จวัดบางขุนพรหมพิมพ์เส้นด้ายใหญ่ ที่เชื่อมกับต้นแขนซ้าย จะมีรอยยุบ ไม่นูนเด่นเหมือนหัวไหล่ด้านขวาขององค์พระ
- แขนทั้งสองข้างของพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์เส้นด้ายใหญ่ จะโค้งเล็กน้อยและหักศอก
- รูปหน้าตักขององค์พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์เส้นด้ายใหญ่ จะมีเนื้อนูนขึ้นอย่างเด่นชัดที่หน้าตัก และตรงข้อศอกซ้ายมือขององค์พระจะมีรอยเส้นจีวรเชื่อมต่อถึงโคนหน้าตัก ลักษณะเช่นนี้จะไม่ปรากฏในพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ใหญ่ นอกจากพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ใหญ่พิมพ์ลึกมีเส้นแซมใต้ตัก เท่านั้นที่มีเส้นจีวรพาดลงมาเชื่อมกับหน้าตัก
- หัวเข่าด้านซ้ายมือขององค์พระจะนูนสูงกว่าหัวฐานชั้นที่ 3 (นับจากด้านล่าง) ค่อนข้างมาก
- หัวเข่าด้านขวามือขององค์พระและหัวฐานชั้นที่สาม ด้านขวามือ ความสูงต่ำจะไม่เหลื่อมล้ำกันมากนัก
- พื้นผนังในซอกฐานพระทั้งสามชั้นของพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์เส้นด้ายใหญ่ จะนูนลาดขึ้นรองรับเส้นนูนของฐานทั้งสามชั้น แต่จะเป็นลักษณะเอียงลาดขึ้นน้อยๆ โดยให้เปรียบเทียบความเอียงลาดของบริเวณดังกล่าวกับพื้นด้านในของซุ้มครอบแก้ว ซึ่งพื้นในบริเวณระหว่างฐานแต่ละชั้นจะสูงกว่าพื้นในซุ้มครอบแก้ว คล้ายกับพระสมเด็จวัดระฆังโฆสิตาราม พิมพ์เกศบัวตูม
- พระสมเด็จวัดบางขุนพรหมพิมพ์เส้นด้ายใหญ่ ฐานชั้นที่สองที่ปลายฐานทั้งสองข้างจะไม่มีหัวสิงห์รองรับ ซึ่งต่างกับพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ใหญ่ ที่หัวฐานชั้นที่ 2 ทั้งสองข้างจะมีหัวสิงห์รองรับ
- พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ใหญ่และพิมพ์เส้นด้ายใหญ่ พุทธลักษณะขององค์พระจะประทับนั่งหันพระพักตร์มาทางขวามือ ทำมุมประมาณ 15 องศาดูประหนึ่งว่าองค์พระจะประทับบิดไปทางขวามือขององค์พระเล็กน้อย ในขณะที่ฐานขององค์พระทั้งสามขั้นอยู่ในลักษณะตรง ทำให้หน้าตักด้านซ้ายมือองค์พระจะดูสูงกว่าหัวฐานด้านซ้ายมือองค์พระ ในขณะที่หน้าตักด้านขวามือองค์พระจะดูเหมือนต่ำกว่าหัวฐานด้านขวามือเช่นกัน
ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่เพจ พระสมเด็จศาสตร์ โดย พ.ต.ต.คมสัน สนองพงษ์ และขอขอบคุณ ผู้ช่วยศาสตราจารย์รังสรรค์ ต่อสุวรรณ ที่กรุณาเอื้อเฟื้อรูป พระสมเด็จวัดบางขุนพรหมองค์ครู เพื่อให้ความรู้ และขอขอบคุณท่านเจ้าของพระท่านปัจจุบัน พระองค์นี้เป็นพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์เส้นด้ายใหญ่ ที่งดงามมากอีกองค์หนึ่ง พิมพ์ทรงถูกต้องตามตำรา สังเกตเห็นหัวเข่าด้านซ้ายมือขององค์พระจะนูนสูงมากและหัวไหล่ด้านซ้ายมือขององค์พระจะยุบตัว ซึ่งเป็นเอกลักษณ์สำคัญของพิมพ์ทรงย่อยพิมพ์นี้ หัวฐานชั้นที่สองทั้งสองด้านไม่ปรากฏลักษณะของหัวสิงห์ (พระสมเด็จวัดบางขุนพรหมพิมพ์ใหญ่ตื้นที่คล้ายกับพิมพ์นี้มาก จะปรากฏหัวสิงห์ทั้งสองด้าน) ฐานชั้นล่างสุดจะเป็นแท่งสี่เหลี่ยมยาวเต็ม (พิมพ์ย่อยอื่นๆจะเป็นร่องตรงกลางตามแนวยาว) มีวรรณะออกน้ำตาลอ่อน มีคราบขี้กรุปกคลุมทั้งบริเวณด้านหน้าและด้านหลังองค์พระ ด้านหลังเป็นแบบหลังเรียบ ด้านหน้าเห็นรอยขอบนูนเป็นสันขึ้นเล็กน้อยบริเวณเส้นกรอบบังคับพิมพ์ทางด้านซ้ายมือองค์พระ เป็นองค์ต้นแบบที่ดีเพื่อใช้ในการศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม
ติดตามอ่านบทความอื่นเพิ่มเติมได้ที่ คอลัมน์ ศาสตร์แห่งพระสมเด็จ ผู้เขียน พ.ต.ต.คมสัน สนองพงษ์ อดีตตำรวจพิสูจน์หลักฐาน เพจเฟซบุ๊ก – พระสมเด็จศาสตร์



