ซิกเว่ เบรกเก้ ล้างไพ่เดิมสู่ True ยุคใหม่ กับ 4 มูฟใหญ่เปลี่ยนโฉมธุรกิจโทรคมนาคม
ซิกเว่ เบรกเก้ ล้างไพ่เดิมสู่ True ยุคใหม่ กับ 4 มูฟใหญ่

True Corporation เปิดตัวยุทธศาสตร์ 4 Big Moves ล้างไพ่เดิมสู่ Telco-Tech Company

สามปีหลังการควบรวมระหว่าง True Corporation และ Dtac ภายใต้โครงสร้างใหม่ที่เคยมี Telenor ร่วมถือหุ้น วันนี้ภูมิทัศน์ของบริษัทกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญอีกครั้ง การปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นล่าสุด ซึ่งทำให้ Telenor ลดบทบาทการลงทุนลงหลังดีลควบรวมสำเร็จ ทำให้สายตาของตลาดหันมาจับจ้องว่า “True ยุคต่อไป” จะเป็นอย่างไร ทิศทางทั้งหมดเริ่มชัดเจนขึ้นตามเป้าหมายของ “ซิกเว่ เบรกเก้” (Sigve Brekke) ที่ได้เข้าเป็นหนึ่งในกรุ๊ปซีอีโอทรู คอร์ปอเรชั่นในปี 2025 รับตำแหน่งประธานคณะผู้บริหารของกลุ่มเพื่อกำหนดทิศทางยุทธศาสตร์หลังการควบรวม ล้างไพ่เดิมของธุรกิจโทรคมนาคมเพื่อเปลี่ยนจาก Telco แบบดั้งเดิมไปสู่ “Telco-Tech Company” จากสงครามซิมมือถือ สู่ “สงครามแห่ง Experience”

จุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมโทรคมนาคม

ซิกเว่ อธิบายอย่างตรงไปตรงมาว่า ธุรกิจมือถือแบบเดิมกำลังถึงจุดอิ่มตัว ในอดีตโมเดลธุรกิจของผู้ให้บริการโทรคมนาคมมีสูตรสำเร็จไม่กี่อย่าง สร้างเครือข่ายให้ดีที่สุด ขายแพ็กเกจให้ถูกที่สุด หรือเพิ่มจำนวนซิมให้มากที่สุด แต่ในวันนี้สูตรนั้นเริ่มใช้ไม่ได้อีกต่อไป ในอดีตการเติบโตมาจากจำนวนผู้ใช้ใหม่ แต่วันนี้ตลาดมือถือค่อนข้างอิ่มตัว ขณะที่ผู้บริโภคใช้บริการดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์มระดับโลกมากขึ้น คู่แข่งของโอเปอเรเตอร์จึงไม่ใช่แค่ค่ายมือถือด้วยกันอีกแล้ว แต่คือบริษัทเทคโนโลยีอย่าง Netflix, Google และ Apple ซึ่งเป็นผู้กำหนด “ประสบการณ์ดิจิทัล” ของผู้ใช้

ธุรกิจโทรคมนาคมจึงเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ จากเดิมที่ผู้ให้บริการทำหน้าที่เพียงเชื่อมต่อผู้คนกับอินเทอร์เน็ตไปสู่บทบาทที่ลึกซึ้งกว่านั้น คือ การเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลที่อยู่ในชีวิตประจำวันของผู้ใช้ โดยการเติบโตหลังจากนี้จึงจะมาจาก 3 ส่วนหลัก คือ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • การใช้บริการที่ลึกขึ้นจากลูกค้าเดิม เมื่อเราใช้ AI เพื่อเข้าใจลูกค้าได้ดีขึ้น เราจะนำเสนอบริการที่เหมาะสมกับแต่ละคน ทำให้ลูกค้าใช้บริการมากขึ้น
  • บริการดิจิทัลบนเครือข่าย เช่น ประกันภัย คอนเทนต์ เกม และบริการดิจิทัลอื่น ๆ
  • ตลาดธุรกิจ (B2B) โดยเฉพาะบริการเทคโนโลยีขั้นสูงสำหรับองค์กร

“ที่ผ่านมาเราแค่ให้บริการการเชื่อมต่อ แต่วันนี้เราต้องเข้าไปมีบทบาทในบ้านของลูกค้า ช่วยธุรกิจเติบโต และช่วยให้ลูกค้าได้รับบริการหรือโปรโมชั่นที่เหมาะกับแต่ละคนมากที่สุด เทคโนโลยี AI และ Data กลายเป็นหัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์ใหม่ เพราะช่วยให้บริษัทเข้าใจลูกค้าแต่ละคนอย่างลึกซึ้ง และสามารถนำเสนอบริการที่ตรงกับความต้องการเฉพาะบุคคล” ซิกเว่ อธิบาย

การเปลี่ยนมุมมองจาก ARPU สู่ ARPA

ซิกเว่ อธิบายให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่า เดิมทีอุตสาหกรรมโทรคมนาคมมักวัดผลจาก “Average Revenue per User หรือ ARPU” รายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้ต่อซิมการ์ด แต่ต่อจากนี้เราจะเปลี่ยนมุมมองไปสู่สิ่งที่เรียกว่า “Average Revenue per Account” หรือ ARPA รายได้ต่อบัญชีลูกค้า เพราะในความเป็นจริง ลูกค้าหนึ่งคนอาจใช้บริการหลายอย่างกับทรู เช่น มือถือ อินเทอร์เน็ตบ้าน คอนเทนต์ และบริการดิจิทัลอื่น ๆ ดังนั้นสิ่งสำคัญ คือ การมองลูกค้าเป็น “บัญชีลูกค้าเดียว” และดูว่าลูกค้าคนนั้นใช้บริการกับเรามากแค่ไหน ยิ่งลูกค้าใช้บริการหลายอย่างกับเรา ก็ยิ่งมีแนวโน้มจะอยู่กับเรานานขึ้น และสร้างรายได้เพิ่มขึ้น

สำหรับ ทรู คอร์ปอเรชั่น การเปลี่ยนแปลงนี้หมายความว่า บริษัทไม่สามารถปรับเพียงบริการหรือแพ็กเกจได้อีกต่อไป แต่ต้องปรับโครงสร้างองค์กรและโมเดลธุรกิจทั้งหมดให้ทำงานเร็วขึ้น ใช้ข้อมูลมากขึ้น ลดความซับซ้อนขององค์กรขนาดใหญ่ แนวคิดนี้นำไปสู่การกำหนดยุทธศาสตร์ใหม่ภายใต้ชื่อ “4 Big Moves” ซึ่งจะเป็นแกนกลางของการเปลี่ยนองค์กรในช่วง 3-4 ปีหลังจากนี้

4 มูฟใหญ่ ยุทธศาสตร์ ซิกเว่ เบรกเก้

  1. Big Move 1 "Customer Experience" เสาหลักแรก คือ การยกระดับประสบการณ์ลูกค้า ผ่านบริการที่ถูกออกแบบเฉพาะบุคคลด้วย AI ทำให้ลูกค้ามีความพึงพอใจและอยู่กับบริษัทนานขึ้น โดยทรูต้องการเปลี่ยนการบริหารเครือข่ายแบบเดิมที่รอให้ปัญหาเกิดก่อน (Reactive) ไปสู่การจัดการแบบคาดการณ์ล่วงหน้า (Predictive Management) โดยใช้ AI วิเคราะห์เครือข่ายล่วงหน้า เพื่อตรวจจับปัญหาก่อนเกิด ซ่อมแซมก่อนลูกค้าจะรู้สึกถึงปัญหา อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงสำคัญ คือ การยกระดับประสบการณ์ลูกค้าแบบ End-to-End ตลอดวงจรการใช้บริการ โดยเสริมความแข็งแกร่งของเครือข่ายทรู 5G บนคลื่นความถี่ 2300 MHz, 2600 MHz และ 1500 MHz เพื่อสร้างความได้เปรียบด้านความเร็ว ความจุ และการครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ พร้อมทั้งปรับโครงสร้างการบริหารพื้นที่ โดยแบ่งประเทศออกเป็นกว่า 6,000 พื้นที่ย่อย แต่ละพื้นที่จะมีผู้ดูแลในรูปแบบ Mini CEO ที่มีหน้าที่ใช้ข้อมูลพฤติกรรมลูกค้าในพื้นที่ เช่น ระดับรายได้ รูปแบบการใช้อินเทอร์เน็ต ไลฟ์สไตล์ของชุมชน เพื่อออกแบบการตลาดและบริการให้ตรงกับลูกค้าในพื้นที่นั้นมากที่สุด
  2. Big Move 2 "Growth" เสาหลักที่สอง คือ การสร้างเครื่องยนต์การเติบโตใหม่ โดยเน้นสองตลาดหลัก ได้แก่ บ้าน (Connected Home) ทรูต้องการเป็น “ศูนย์กลางของบ้านดิจิทัล” ผ่านการเชื่อมต่ออุปกรณ์อัจฉริยะเข้ากับแพลตฟอร์ม AI ซึ่งสามารถช่วยบริหารจัดการบริการดิจิทัลต่าง ๆ เช่น การสั่งซื้อสินค้า ระบบรักษาความปลอดภัย เกม สุขภาพดิจิทัล ธุรกิจ SMEs และลูกค้าองค์กร ทรูเดินหน้าขยายสู่การเป็นพันธมิตรด้านโซลูชันดิจิทัลครอบคลุมตั้งแต่ Big Data Analytics, AI, Security, Integrated Platforms, Cloud Computing และ 5G & Connectivity รวมทั้งเปิดตัวแพลตฟอร์ม AI Hub ซึ่งรวบรวมบริการ AI มากกว่า 50 โซลูชันเพื่อช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กและกลางสามารถนำ AI ไปใช้ได้ง่ายขึ้น เนื่องจากตลาด B2B ของไทยยังมีสัดส่วนเพียงประมาณ 15% ของรายได้อุตสาหกรรม ซึ่งถือเป็นพื้นที่เติบโตสำคัญในอนาคต
  3. Big Move 3 "AI-First Organization" เสาหลักที่สาม คือ การเปลี่ยนองค์กรให้เป็นบริษัทเทคโนโลยีที่ใช้ข้อมูลและ AI เป็นแกนกลางหรือ AI-First นำ AI มาใช้ในทุกกระบวนการทำงาน ตัวอย่างเช่น พนักงานหน้าร้านใช้ AR แสดงข้อมูลสินค้าและประวัติลูกค้า คอลเซ็นเตอร์ใช้ AI วิเคราะห์ปัญหาและช่วยลดข้อร้องเรียนของลูกค้า วิศวกรใช้ AI วิเคราะห์เครือข่ายล่วงหน้าเพื่อลดเวลาการแก้ปัญหา ในด้านการตลาด โดยเฉพาะการใช้ AI ทำ Hyper-Personalization เช่น ลูกค้าที่เป็นคุณแม่ทำงาน เกมเมอร์มืออาชีพ จะได้รับแพ็กเกจและข้อเสนอที่แตกต่างกันโดยอัตโนมัติ
  4. Big Move 4 "People & Culture" เสาหลักสุดท้าย คือ การเปลี่ยนคนและวัฒนธรรมองค์กร ผ่านวัฒนธรรมใหม่และรูปแบบการทำงานที่คล่องตัว โดยมีเป้าหมายระยะยาว คือ การสร้างองค์กรที่มีวัฒนธรรมแบบ Customer-Obsessed Startup ที่พนักงานสามารถทดลองไอเดียใหม่ ๆ และสร้างนวัตกรรมได้อย่างต่อเนื่อง มีการตั้งเป้าหมายอัปสกิล AI ให้พนักงาน 100% ภายในปีนี้ ยุทธศาสตร์ 4 Big Moves คือ แผนปฏิบัติการแบบบูรณาการที่เปลี่ยนกลยุทธ์ให้เป็นผลลัพธ์เชิงรูปธรรม ทั้งด้านผลประกอบการและความเป็นเลิศในการดำเนินงาน โดย ซิกเว่ สรุปภาพรวมว่า ภาพของการเป็น Telco-Tech Company จากนี้ คือการนำเทคโนโลยีมาใช้จัดการข้อมูลลูกค้าเพื่อแบ่งกลุ่มและนำเสนอแพ็กเกจที่ดีที่สุด รวมถึงการใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อข้ามบริการต่างๆ ของทรู เพราะท้ายที่สุด การแข่งขันกับคู่แข่งในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมจากนี้ไม่ได้ตัดสินกันด้วยสัญญาณเพียงอย่างเดียว แต่วัดจากใครสร้างประสบการณ์ลูกค้าที่ดีกว่า มีช่องทางจำหน่ายที่แข็งแรงกว่า และที่สำคัญที่สุด คือ ใครสามารถลงมือทำได้เร็วกว่า

โครงสร้างผู้ถือหุ้นเปลี่ยน แต่ทิศทางไม่เปลี่ยน

สำหรับประเด็นการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนผู้ถือหุ้นใหญ่ หลัง Telenor ประกาศถอนการลงทุน ขายหุ้นของบริษัทในสัดส่วน 24.95% ให้ บริษัท อไรซ์ ดิจิทัล เทคโนโลยี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ถือหุ้นโดย ศุภชัย เจียรวนนท์ และขณะเดียวกันที่ CP Group ก็ได้ลดสัดส่วนการถือหุ้นจาก 30% เหลือ 20% เพื่อนำเงินไปลงทุนในส่วนอื่น จะทำให้ตลาดจับตาผลกระทบอย่างใกล้ชิด โดยการขายหุ้นของ Telenor ครั้งนี้เป็นไปตามเงื่อนไขตามกรอบเวลาที่กำหนดให้กลุ่ม Telenor ต้องถือหุ้นในบริษัทใหม่ (TRUE) เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี หลังจากควบรวมและนับเป็นการโบกมือลาการลงทุนในไทยอย่างเป็นทางการหลังดำเนินธุรกิจและมีบทบาทในการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านการเชื่อมต่อสื่อสารในไทยมาตลอดระยะเวลา 26 ปี

ทั้งนี้ Telenor และ อไรซ์ ได้ตกลงทำเงื่อนไขสิทธิการซื้อขายหุ้น (Put/Call Option) สำหรับหุ้น TRUE ส่วนที่เหลือ อีก 5.35% ภายในระยะเวลา 2 ปีนับจากวันปิดการขายหุ้นล็อตแรกเสร็จสิ้น ขณะที่ ศุภชัย เจียรวนนท์ ได้ประกาศลงจากตำแหน่งซีอีโอ CP Group เพื่อมาเป็นประธานและซีอีโอของกลุ่มบริษัท อไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป (Arise Ventures Group) ซึ่งเป็นบริษัทลงทุนส่วนตัวที่เน้นด้านเทคโนโลยีขั้นสูง

ซิกเว่ ยืนยันว่า การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนผู้ถือหุ้นนี้จะไม่ส่งผลต่อทิศทางของบริษัทแต่อย่างใด ทั้ง Telenor และ CP Group จะยังคงให้การสนับสนุนและส่งผลดีต่อบริษัทต่อไป โดย CP Group ยังคงเป็นผู้ถือหุ้นหลักและยังมีความร่วมมือเชิงธุรกิจในหลายด้าน และการทำงานร่วมกัน (Synergy) จะยังคงเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญของบริษัท โดย ทรู คอร์ปอเรชัน จะทำงานร่วมกับธุรกิจในเครือ CP อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้นไปอีก ไม่ว่าจะเป็นการทำงานร่วมกับ 7-Eleven, TrueMoney รวมถึง Makro และ Lotus's และ Virtual Bank แห่งใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งอาจสร้างระบบนิเวศใหม่ระหว่างเครือข่ายโทรคมนาคม บริการการเงิน และธุรกิจค้าปลีก

สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทยไม่ต่างจากแนวโน้มทั่วโลก โอเปอเรเตอร์หลายแห่งกำลังพยายามเปลี่ยนตัวเองจากบริษัทโครงสร้างพื้นฐานไปสู่บริษัทเทคโนโลยี โดยใช้ AI, Data, Content และ แพลตฟอร์มดิจิทัลเป็นเครื่องยนต์ใหม่ของการเติบโต จาก TelecomAsia สู่ True Corporation วันนี้บริษัทกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่สุด หลังการควบรวมที่พลิกโฉมอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย การล้างไพ่เดิมครั้งนี้ของ ซิกเว่ เบรกเก้ ผ่าน 4 Big Moves จึงอาจเป็นเดิมพันครั้งสำคัญที่สุดของทรูตลอด 36 ปีที่ผ่านมา