SpaceX ยื่น IPO ลับมูลค่าพุ่งทะลุ 2 ล้านล้านดอลลาร์ ตั้งเป้าสร้างประวัติศาสตร์ใหม่
บริษัท SpaceX ของมหาเศรษฐี Elon Musk ได้ยื่นเอกสารแบบร่างการจดทะเบียนเพื่อเตรียมเสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรก (IPO) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ (SEC) แล้ว โดยเอกสารดังกล่าวยังเป็นแบบลับหรือ Confidential Filing ซึ่งยังไม่เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะในช่วงแรก เพื่อให้บริษัทสามารถปรับแก้รายละเอียดตามคำแนะนำของหน่วยงานกำกับดูแลก่อนการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ
มูลค่าอาจพุ่ง 2 ล้านล้านดอลลาร์ ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
ตามรายงานของ Bloomberg เมื่อวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา SpaceX ได้ตั้งเป้ามูลค่าบริษัทหลังเข้าตลาดหุ้นที่อาจทะลุ 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ 1.75 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ การเคลื่อนไหวนี้ทำให้ SpaceX มีโอกาสเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นได้เร็วที่สุดภายในเดือนมิถุนายน และอาจกลายเป็น "IPO ยักษ์" ตัวแรก ก่อนหน้าบริษัทเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อย่าง OpenAI และ Anthropic ที่คาดว่าจะยื่น IPO ตามมาในอนาคตอันใกล้นี้
ในวันเดียวกัน (3 เมษายน) CNBC รายงานเพิ่มเติมว่า SpaceX กำลังเร่งเครื่องครั้งใหญ่ ด้วยการปรับเป้าหมายมูลค่าบริษัทในการเข้าตลาดหุ้นขึ้นไปเป็น "มากกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ" โดยบริษัทและที่ปรึกษาทางการเงินกำลังเริ่มหยั่งเสียงนักลงทุนผ่านกระบวนการ Testing-the-Waters ซึ่งจะเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมเพื่อรองรับมูลค่าระดับมหาศาลนี้ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
หากมูลค่าบริษัทแตะระดับ 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐได้จริง จะหมายความว่า SpaceX เพิ่มมูลค่าขึ้นเกือบ 2 ใน 3 ภายในเวลาไม่กี่เดือน หลังจากดีลควบรวมกับ xAI ที่เคยประเมินมูลค่ารวมไว้ที่ 1.25 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นอกจากนี้ มูลค่าระดับนี้จะทำให้ SpaceX กลายเป็นบริษัทที่มีขนาดใหญ่กว่าบริษัทส่วนใหญ่ในดัชนี S&P 500 โดยมีเพียง 5 บริษัทเท่านั้นที่ยังมีมูลค่าสูงกว่า ได้แก่ Nvidia, Apple, Alphabet, Microsoft และ Amazon
ระดมทุนสูงสุด 75,000 ล้านดอลลาร์ ปูทางสู่การสำรวจอวกาศและ AI
หาก IPO สำเร็จ SpaceX อาจระดมทุนได้สูงถึง 75,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะทิ้งห่างทุกสถิติรวมถึง Saudi Aramco ที่เคยทำไว้ 29,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2019 อย่างขาดลอย เงินทุนมหาศาลนี้จะถูกนำไปต่อยอดวิสัยทัศน์ของ Elon Musk ไม่ว่าจะเป็น Data Center ในอวกาศ โรงงานบนดวงจันทร์ และโครงสร้างพื้นฐานแบบใหม่ของมนุษยชาติ
ด้านที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัทได้แต่งตั้งธนาคารยักษ์ใหญ่เข้ามาดูแลดีล ได้แก่ Bank of America, Citigroup, Goldman Sachs, JPMorgan Chase และ Morgan Stanley ขณะเดียวกันยังมีพันธมิตรระดับภูมิภาคเข้ามาร่วมกระจายการขายหุ้น เช่น Barclays ดูแลสหราชอาณาจักร Deutsche Bank และ UBS ดูแลยุโรป Royal Bank of Canada ดูแลแคนาดา Mizuho Financial Group รับผิดชอบเอเชีย และ Macquarie Group ดูแลออสเตรเลีย
โครงสร้างหุ้นและโอกาสสำหรับนักลงทุนรายย่อย
SpaceX กำลังพิจารณาใช้โครงสร้างหุ้นแบบ Dual-Class ซึ่งจะให้ผู้ถือหุ้นภายใน เช่น Elon Musk มีสิทธิ์โหวตมากกว่าผู้ถือหุ้นทั่วไป ทำให้ยังสามารถควบคุมทิศทางบริษัทได้หลังเข้าตลาด และอีกหนึ่งจุดเด่นคือ IPO ครั้งนี้อาจเปิดโอกาสให้นักลงทุนรายย่อยเข้าถึงได้มากถึง 30% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด ซึ่งถือว่าสูงเมื่อเทียบกับดีลขนาดใหญ่ทั่วไป
สำหรับธุรกิจในระยะยาว บริษัทยังมีเป้าหมายสร้างฐานบนดวงจันทร์ และเดินหน้าสู่ภารกิจส่งมนุษย์ไปดาวอังคาร ขณะเดียวกัน SpaceX ยังครองตลาดอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมวงโคจรต่ำด้วย Starlink ที่มีลูกค้าหลายล้านรายทั่วโลก รายได้หลักของบริษัทมาจากธุรกิจปล่อยจรวดและ Starlink ซึ่งคาดว่าจะเข้าใกล้ 20,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2026 ขณะที่ธุรกิจ AI อย่าง xAI ยังมีรายได้ต่ำกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม รายละเอียดของดีลยังอยู่ระหว่างการพิจารณา และอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในภายหลัง



