SC Asset เปิดภารกิจรีแบรนด์ครั้งใหญ่ในรอบ 20 ปี ภายใต้การนำของณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์
ในโลกธุรกิจที่เต็มไปด้วยความผันผวนและความไม่แน่นอน การหยุดนิ่งหมายถึงการรอวันสูญพันธุ์ นี่คือปรัชญาที่ขับเคลื่อน เอสซี แอสเสท (SC) ภายใต้การบริหารของ ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ในการตัดสินใจรีแบรนด์ครั้งสำคัญที่สุดในรอบสองทศวรรษ ซึ่งไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนโลโก้หรือสีสัน แต่เป็นการปฏิรูปดีเอ็นเอขององค์กรเพื่อรับมือกับบริบทเศรษฐกิจใหม่ในปี 2030 ที่ปัญญาประดิษฐ์อาจฉลาดกว่ามนุษย์ และการรวมกลุ่มทางธุรกิจยากต่อการคาดเดา
แบรนด์คือสิ่งมีชีวิตที่ต้องวิวัฒนาการ
ณัฐพงศ์ มองว่าแบรนด์เปรียบเสมือนสิ่งมีชีวิตที่ต้องมีการปรับตัวและวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่อง เพื่อความอยู่รอดท่ามกลางปัจจัยลบต่างๆ เช่น หนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูงถึง 87% ของ GDP และสงครามราคาในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ดุเดือด เขากล่าวว่า "แบรนด์ก็เหมือนสิ่งมีชีวิต อยู่รอดได้ด้วยวิวัฒนาการ แบรนด์ที่ไม่ปรับตัวจะสูญพันธุ์ในที่สุด" ดังนั้น การรีแบรนด์และรีฟอร์มองค์กรครั้งนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์เพื่อสร้างพอร์ตธุรกิจที่ยืดหยุ่นและหลากหลายมากขึ้น
ปรับโครงสร้างธุรกิจด้วยยุทธศาสตร์ 3 เครื่องยนต์
เพื่อให้การเติบโตไร้ขีดจำกัด แต่ยังคงอยู่บนฐานที่แข็งแกร่ง SC ได้จัดโครงสร้างธุรกิจใหม่เป็น 3 เครื่องยนต์หลัก ตามแนวคิด "ดอกทานตะวัน" ที่มีรากมั่นคงและพร้อมบานรับโอกาสใหม่ๆ
- Engine 1 (Property for Sale): ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย ที่เน้นความเข้าใจชีวิตลึกซึ้งแบบ Human-Centric
- Engine 2 (Recurring Income): อสังหาริมทรัพย์สร้างรายได้ประจำ เช่น โรงแรม คลังสินค้า และอพาร์ตเมนต์ในสหรัฐฯ
- Engine 3 (Future Business): ธุรกิจใหม่ภายใต้ชื่อ "Scanva" ที่ผสานเทคโนโลยีและบริการเข้าด้วยกัน
เป้าหมายสูงสุดคือการผลักดันกำไร New High ภายในปี 2030 โดยตั้งเป้าให้รายได้จาก Engine 2 และ 3 ขยับขึ้นมาครองสัดส่วน 30% ของพอร์ตธุรกิจทั้งหมด
บุกตลาด Ultra Luxury ด้วยคอนโดฯ ตร.ม. ละล้านบาท
ไฮไลต์สำคัญในปี 2569 คือการบุกตลาดระดับบนสุด (Ultra Luxury) ด้วยโครงการที่ทุบสถิติ โดยเฉพาะที่ดินแปลง "ศรีเฟื่องฟุ้ง" บนถนนพระราม 4 ซึ่ง SC เคยซื้อมาด้วยราคาวาละ 3 ล้านบาท ตอนนี้เตรียมพัฒนาเป็น Branded Residence ติดสวนลุมพินี โดยคาดว่ายูนิตพิเศษอาจมีราคาสูงถึง 1 ล้านบาทต่อตารางเมตร ในขณะที่ราคาเฉลี่ยของโครงการจะไม่ต่ำกว่า 700,000 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งจะสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้วงการคอนโดฯ ไทย
นอกจากนี้ ยังมีโครงการริมแม่น้ำขนาดใหญ่กว่า 13 ไร่ ซึ่งเป็นโครงการใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยทำมา มูลค่ารวมของสองโครงการนี้สูงถึง 25,500 ล้านบาท พร้อมกับแผนเปิดบ้านแนวราบอีก 4 โครงการ มูลค่า 3,000 ล้านบาท และปรับโฉมบ้านเดี่ยว 8 ซีรีส์ 17 โครงการ
ตอบโจทย์พฤติกรรมคนรุ่นใหม่ด้วย GenSCription และ Scanva
SC ตระหนักดีว่าพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่เปลี่ยนไปสู่การ "เช่าแทนซื้อ" จึง推出โมเดล GenSCription (Living Subscription Program) เพื่อตอบโจทย์กลุ่มที่ต้องการความยืดหยุ่น เช่น การเช่าเผื่อซื้อหรือเช่าระยะยาว ส่วน Scanva เป็นธุรกิจ New S-Curve ที่เน้น 3 ด้านหลัก ได้แก่ บริการหลังการขายผ่านแบรนด์ LINTON การขยายฐานผู้ใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์มสู่ 40,000 ราย และการรุกเข้าสู่ธุรกิจดูแลสุขภาพ (Wellness)
ขยายธุรกิจรายได้ประจำและแผนลงทุนปี 2569
สำหรับ Engine 2 ที่เน้นอสังหาริมทรัพย์สร้างรายได้ประจำ SC ตั้งเป้ารายได้รวมที่ 2,000 ล้านบาท โดยขยายธุรกิจ Hospitality เพิ่มอีก 450 ห้องในแหล่งท่องเที่ยวชายทะเล เช่น พัทยาและภูเก็ต พัฒนาคลังสินค้าในโซนบางนา-EEC อีก 170,000 ตารางเมตร และลงทุนในธุรกิจพลังงานทางเลือกเพื่อรองรับการเติบโตของ Data Center ภายใต้บริษัท SCX 360
แม้เศรษฐกิจจะเปราะบาง แต่ SC มั่นใจในแผนการลงทุน 8,000 ล้านบาทสำหรับปี 2569 โดยตั้งเป้ารายได้รวมที่ 25,500 ล้านบาท (เติบโต 21%) และยอดขายรวม 27,000 ล้านบาท พร้อม Backlog ในมืออีกกว่า 18,500 ล้านบาท ณัฐพงศ์ กล่าวย้ำว่า "ปีนี้เราต้องตั้งเป้าหมาย ต้องเติบโตทุกมิติ ไม่ใช่แค่การประคองตัว... เราจะเติบโตบนความหลากหลาย โตแบบไม่มีข้อจำกัด แต่ยังอยู่บนพื้นฐานที่แข็งแกร่งและมีระบบ"
การขยับตัวครั้งนี้ของ SC Asset เป็นบทพิสูจน์ว่า แม้จะเป็นบริษัทที่มีอายุกว่า 20 ปี แต่หากมีการบริหารที่มุ่งเน้นวิวัฒนาการและกล้าทิ้งกรอบเดิมๆ การสร้างสถิติกำไรใหม่ก็ไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อม โดย SC ก่อตั้งในปี 2532 และเข้าตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2546 ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างครบวงจร



