SC ประกาศรีแบรนด์ครั้งใหญ่ในรอบ 20 ปี ตั้งเป้าดันกำไรทะลุสถิติด้วย 3 เครื่องยนต์หลัก
SC รีแบรนด์ครั้งใหญ่ในรอบ 20 ปี ตั้งเป้ากำไรใหม่ภายในปี 2030

SC เปิดตัวรีแบรนด์ครั้งใหญ่ในรอบ 20 ปี ตั้งเป้าสร้างกำไรสถิติใหม่ภายในปี 2030

บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC ได้ประกาศแผนยุทธศาสตร์รีแบรนด์ครั้งสำคัญในรอบ 20 ปี เพื่อปรับตัวรับมือกับโลกยุคปัจจุบันที่มีความผันผวนสูง ทั้งจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนผ่านสู่ยุค Regionalization และความก้าวหน้าของเทคโนโลยี AI ที่คาดว่าจะมีความฉลาดมากกว่ามนุษย์ภายในปี 2030

นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ SC เปิดเผยว่า บริษัทตัดสินใจปรับโลโก้ใหม่ โดยนำคำว่า “Asset” ออกจากชื่อ เพื่อสะท้อนทิศทางการดำเนินธุรกิจที่ต้องการสื่อสารกับผู้บริโภคในวงกว้างมากขึ้น และรองรับการขยายไปสู่ธุรกิจที่หลากหลาย

โลโก้ใหม่จากแรงบันดาลใจดอกทานตะวัน สื่อถึงการหันหน้าสู่ลูกค้า

โลโก้ใหม่ของ SC ได้รับการออกแบบโดยบริษัทดีไซน์ระดับโลก โดยใช้รูปแบบที่ได้แรงบันดาลใจจาก “ดอกทานตะวัน” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของแนวคิดการทำงานที่มุ่งตอบสนองความต้องการของลูกค้าอยู่เสมอ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

นายณัฐพงศ์อธิบายว่า “ดอกทานตะวัน โดยธรรมชาติแล้วมันมักจะหันหน้าไปหาดวงอาทิตย์ เราเปรียบบริษัทเราเหมือนเป็นดอกทานตะวัน ที่หันหน้าไปหาลูกค้าอยู่เสมอ เพราะเราอยากรู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร”

โครงสร้างของดอกทานตะวันที่ประกอบด้วยดอกย่อยจำนวนมากบนฐานเดียวกัน ถูกนำมาใช้สื่อถึงการเติบโตขององค์กรที่มีโครงสร้างรองรับธุรกิจหลายด้าน โลโก้ใหม่มีโทนสีหลากหลายมากขึ้น ได้แก่ สีส้มหลายเฉด สีขาว สีเทา และสีชมพู

เป้าหมายสร้างกำไรสถิติใหม่ภายในปี 2030 ด้วย 3 เครื่องยนต์หลัก

SC ตั้งเป้าหมายว่าภายในปี 2030 บริษัทจะทำกำไรเป็นสถิติใหม่ และต้องมีส่วนผสมของกำไรจากธุรกิจนอกที่อยู่อาศัย (Non-residential) ในสัดส่วนอย่างน้อย 30%

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

กลยุทธ์สำคัญที่จะนำไปสู่เป้าหมายคือการใช้ความหลากหลายรับมือกับความผันผวนผ่าน 3 เครื่องยนต์หลัก ได้แก่

  • เครื่องยนต์ที่ 1: ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัย
  • เครื่องยนต์ที่ 2: ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างรายได้ประจำ (Recurring Income)
  • เครื่องยนต์ที่ 3: กลุ่มธุรกิจใหม่ภายใต้บริษัท "SCanva" ที่มุ่งเน้นการผสานบริการและเทคโนโลยีเพื่อยกระดับชีวิตคน

นายณัฐพงศ์เน้นย้ำว่า “ทั้ง 3 เครื่องยนต์ จะอยู่ภายใต้ 1 เป้าประสงค์ นั่นก็คือ การสร้างคุณค่าสู่คนและโลก พูดง่ายๆ คือ เราจะเติบโตไปยังไงก็ตาม ธุรกิจเราจะหลากหลายแค่ไหน ทุกธุรกิจของ SC ต้องสร้างประโยชน์ให้กับคนและโลกนี้”

แผนธุรกิจปี 2026: มุ่งเติบโตในทุกมิติ ไม่ประคองตัว

สำหรับแผนธุรกิจในปี 2026 SC ตั้งเป้ายอดขายรวมที่ 27,000 ล้านบาท เติบโต 33% จากทั้งโครงการแนวราบและคอนโดมิเนียม พร้อมตั้งเป้าหมายรายได้รวมที่ 25,500 ล้านบาท เติบโต 21%

ปัจจัยหนุนที่แข็งแกร่งมาจากยอดรอรับรู้รายได้ (Backlog) ของคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จใหม่ 2 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 7,000 ล้านบาท บริษัทยังเตรียมงบลงทุนรวม 8,000 ล้านบาทเพื่อขยายธุรกิจให้ครอบคลุมในทุกเครื่องยนต์

นายณัฐพงศ์กล่าวว่า “เป้าหมายของเรา ปีนี้เราตั้งเป้าหมาย ไม่ประคองตัวนะครับ เราตั้งเป้าหมายเติบโตในทุกๆตัวเลข เราจะท้าทายแล้วก็มุ่งมั่นกับเศรษฐกิจในสถานการณ์แบบนี้”

รายละเอียดการขับเคลื่อนแต่ละเครื่องยนต์

เครื่องยนต์ที่ 1: ปัจจุบัน SC มีโครงการกระจายทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑลจำนวน 98 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 120,000 ล้านบาท ปีนี้เตรียมเปิดเพิ่มอีก 6 โครงการใหม่ มูลค่า 28,500 ล้านบาท

ไฮไลต์รวมถึงการเปิดตัวแบบบ้านซีรีส์ใหม่ถึง 8 ซีรีส์ ใน 17 โครงการ โดยมีซีรีส์เรือธงชื่อ "Pause" ที่ตอบโจทย์ความต้องการพื้นที่สำหรับหยุดพักจากความวุ่นวายในโลกปัจจุบัน

นอกจากนี้ยังเตรียมเปิดตัว 2 โครงการเมกะโปรเจกต์ ได้แก่ แบรนด์ "The Crest" คอนโดมิเนียมวิวสวนลุมพินี และโครงการริมแม่น้ำขนาดใหญ่ที่สุดในระดับราคาที่จับต้องได้

เครื่องยนต์ที่ 2: ปัจจุบันมีพอร์ตโฟลิโอ 21 โครงการ ครอบคลุมโรงแรม อาคารสำนักงาน คลังสินค้า และอพาร์ทเม้นต์ในสหรัฐอเมริกา ปีนี้ตั้งเป้าผลักดันรายได้กลุ่มนี้ให้แตะระดับ 2,000 ล้านบาทเป็นครั้งแรก เติบโตสูงถึง 70%

บริษัทยังเตรียมลงทุนเพิ่มในโครงการโรงแรมที่ภูเก็ตและพัทยา ขยายพื้นที่คลังสินค้า และก่อตั้งบริษัทใหม่ "SCX 360" เพื่อลงทุนในธุรกิจพลังงานโซลาร์

เครื่องยนต์ที่ 3: ภายใต้การนำของบริษัท SCANVA มีการเตรียมเงินลงทุน 1,000 ล้านบาทสำหรับระยะเวลา 3 ปี โดยโฟกัสใน 3 กลุ่มธุรกิจหลัก

  1. การขยายธุรกิจการบริหารโครงการหลังการขาย (Community Management) จาก 150 โครงการเป็น 260 โครงการ พร้อมเปิดตัวแบรนด์ใหม่ "LINTON" สำหรับกลุ่มลูกค้า Ultra luxury
  2. การขยายฐานผู้ใช้งานดิจิทัลแพลตฟอร์ม "รู้ใจ" จาก 30,000 รายเป็น 40,000 ราย
  3. การรุกลงทุนในธุรกิจด้านสุขภาพ เพื่อตอบโจทย์เทรนด์ Healthspan

ความยั่งยืนและมุมมองต่ออุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์

SC ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการเตรียมนำมาตรฐาน "FTSE Russell" มาปรับใช้ สานต่อภารกิจลดก๊าซเรือนกระจก 100,000 ตันคาร์บอนภายใน 5 ปี และเตรียมเปิดตัวมาตรฐาน "SC Green Mark" ในช่วงกลางปี

นายณัฐพงศ์สะท้อนมุมมองว่าอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์กำลังเผชิญกับ 3 ความท้าทายสำคัญ ได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตชะลอตัว ปัญหาหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีที่อยู่ในระดับสูง และการแข่งขันด้านราคาที่ยังคงรุนแรง

เขากล่าวว่า “ผมคิดว่าปีนี้จะเป็นอีกปีนึงที่กำลังซื้อมีความไม่แน่นอน แต่กลุ่มตลาดบนเนี่ยยังมีความแข็งแรงอยู่นะครับ สิ่งสำคัญคือต้องกลับมาที่วินัยทางการเงิน ถ้าเงินเข้าไม่เยอะ เงินออกก็ต้องไม่เยอะด้วย”

ข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลใหม่เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

นายณัฐพงศ์ได้ฝากข้อเสนอแนะถึงรัฐบาลใหม่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยมี 3 ประเด็นหลักที่อยากให้รัฐบาลช่วยผลักดัน

  • การออกนโยบายกระตุ้นการซื้ออสังหาริมทรัพย์สำหรับกลุ่มคนที่ยังมีกำลังซื้อไหว
  • การสนับสนุนการโอนกรรมสิทธิ์ เพื่อแก้ไขข้อจำกัดด้านข้อมูลประวัติหรืออาชีพที่ทำให้ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้
  • การดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติผ่านการอนุญาตให้ทำสิทธิการเช่าระยะยาวหรือ Leasehold โดยกำหนดเงื่อนไขจำกัดพื้นที่และระยะเวลาการเช่าอย่างชัดเจน

เขากล่าวทิ้งท้ายว่า “ผมมองว่าการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติเข้ามา มันไม่ใช่นโยบายอสังหา มันเป็นนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ผมว่าการทำเรื่องของ Leasehold แล้วก็จำกัดพื้นที่ จำกัดระยะปี จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องความเสี่ยงได้ และยังได้โอกาสจากการลงทุนจากต่างประเทศด้วย”