ในโลกของนาฬิกาหรูที่เต็มไปด้วยแบรนด์อายุกว่าร้อยปี มีชื่อหนึ่งที่ใช้เวลาไม่ถึง 25 ปี แต่กลับก้าวขึ้นมาอยู่ในระดับเดียวกับตำนานแห่งวงการอย่าง Rolex, Patek Philippe หรือ Audemars Piguet ชื่อนั้นคือ Richard Mille แบรนด์นาฬิกาหรูสัญชาติสวิสที่ถูกนิยามว่าเป็น "Supercar on the Wrist" เพราะจุดเด่นของแบรนด์ไม่ใช่แค่ราคาที่พุ่งไปถึงหลักร้อยล้าน แต่คือการเอาวิศวกรรมระดับอากาศยาน เทคโนโลยี และวัสดุที่ได้แรงบันดาลใจจากการแข่งรถ มาสร้างเป็นนาฬิกาที่เบา แข็งแรง และเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ซับซ้อนที่สุดในโลก
จุดเริ่มต้นของ Richard Mille
Richard Mille ก่อตั้งแบรนด์ในปี 1999 และเปิดตัวนาฬิการุ่นแรก "RM 001 Tourbillon" ในปี 2001 ด้วยแนวคิดที่แตกต่างจากนาฬิกาหรูแบบดั้งเดิม โดยใช้ดีไซน์ล้ำสมัย วัสดุอย่าง Carbon Nanofiber และโครงสร้างที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวิศวกรรมมอเตอร์สปอร์ต ตัวเรือนทรง Tonneau แบบ Skeletonized กลายเป็นเอกลักษณ์ที่มองเห็นแล้วรู้ทันทีว่าเป็น Richard Mille
ปัจจัยที่ทำให้ Richard Mille มีมูลค่าสูง
Richard Mille ผลิตนาฬิกาเพียงประมาณ 5,000 เรือนต่อปีทั่วโลก ขณะที่ Rolex ผลิตเกือบ 1 ล้านเรือนต่อปี ความหายากนี้ทำให้ Demand สูงกว่า Supply อยู่เสมอ ส่งผลให้ราคามือสองของหลายรุ่นสูงกว่าราคาป้ายทันที โดยเฉพาะรุ่น Limited Edition หรือรุ่น Custom สำหรับนักสะสมพิเศษ
Richard Mille กับการลงทุน
ในปี 2021 Richard Mille ทำรายได้ทะลุ 1.13 พันล้านฟรังก์สวิส หรือประมาณ 4.7 หมื่นล้านบาท โดยผลิตนาฬิกาเพียงไม่กี่พันเรือนต่อปี ราคามือสองของหลายรุ่นเพิ่มขึ้นหลายสิบเปอร์เซ็นต์ และบางรุ่นกลายเป็น Rare Asset ที่แทบไม่มีในตลาด
เปิดบูทีคแห่งแรกในไทย
ล่าสุด Richard Mille เปิดบูทีคแห่งแรกในประเทศไทย ณ โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ เพื่อขยายตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้



