โยชิโนยะเปิดตัวเมนูปิ้งย่างสำหรับคนเดียว ดันกลยุทธ์ QSR สู้ตลาดอาหารญี่ปุ่น
โยชิโนยะเปิดเมนูปิ้งย่างคนเดียว ดันกลยุทธ์ QSR

โยชิโนยะปรับกลยุทธ์รุกหนัก เปิดเมนูปิ้งย่างสำหรับคนเดียว ดันโมเดล QSR สู้ตลาดอาหารญี่ปุ่น

ในยุคที่พฤติกรรมการบริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) ได้ปรับกลยุทธ์การตลาดสำหรับแบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดังอย่าง โยชิโนยะ (Yoshinoya) ซึ่งมีอายุมากกว่า 125 ปี โดยหันมาเน้นการสร้างประสบการณ์การกินมากขึ้น แทนที่การเป็นเพียงร้านอาหารจานด่วนธรรมดา ผ่านการเปิดตัวเมนูใหม่ล่าสุด SOLO YAKINIKU ซึ่งเป็นเซ็ตปิ้งย่างสำหรับ 1 คน โดยเฉพาะ

เจาะเทรนด์คนเมืองกินคนเดียว ด้วยเมนูปิ้งย่างที่ลงมือทำเอง

นายธีรวัฒน์ เลิศถิรพันธุ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส กลุ่ม Asian Cuisine ของ CRG เปิดเผยว่า ตลาดอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยยังมีแนวโน้มขยายตัว แต่การแข่งขันก็ทวีความรุนแรงมากขึ้น การเพิ่มเมนูใหม่จึงไม่ใช่แค่การเพิ่มตัวเลือกให้ลูกค้า แต่ต้องสร้างความแตกต่างที่โดดเด่นผ่านประสบการณ์ในร้าน

จุดเปลี่ยนสำคัญของกลยุทธ์นี้คือการนำ ปิ้งย่าง ซึ่งเดิมเป็นตลาดของร้านอาหารแบบนั่งกินเป็นกลุ่ม มาปรับให้เข้ากับโมเดล Quick Service Restaurant (QSR) ที่เน้นความเร็วและราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ขณะเดียวกันยังคงรักษาองค์ประกอบการลงมือทำเอง เพื่อเพิ่มมูลค่าทางประสบการณ์ให้กับลูกค้า

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เมนู SOLO YAKINIKU ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ โดยให้ลูกค้าสามารถย่างเนื้อบนกระทะร้อนด้วยตัวเองในพื้นที่จำกัด ใช้เวลาสั้น และไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการกินเป็นกลุ่ม สอดคล้องกับพฤติกรรมของคนเมืองในปัจจุบันที่ต้องการความสะดวก ความเป็นส่วนตัว และการควบคุมเวลาในมื้ออาหารอย่างเต็มที่

รายละเอียดเมนูและราคา ที่ตอบโจทย์ตลาดกลาง

สำหรับเมนูหลักที่เปิดตัว ประกอบด้วย:

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  • ชุด SOLO Beef Yakiniku Set ที่ใช้เนื้อวัวนำเข้าจาก US Beef ราคาเริ่มต้นที่ 229 บาท
  • ชุด SOLO Buta Yakiniku Set ที่ใช้หมูคุณภาพจาก S-Pure ราคาเริ่มต้นที่ 259 บาท

ทั้งสองเซ็ตจัดมาในรูปแบบพร้อมรับประทาน พร้อมข้าว ซุป และเครื่องเคียง ซึ่งยังคงอยู่ในช่วงราคาของตลาดกลาง ทำให้เข้าถึงได้ง่ายสำหรับผู้บริโภคกลุ่มกว้าง

ขยายฐานลูกค้าและปรับกลยุทธ์การแข่งขัน

การเพิ่มเมนูปิ้งย่างนี้ไม่เพียงช่วยขยายฐานลูกค้าจากเดิมที่พึ่งพาเมนูข้าวหน้าญี่ปุ่นเป็นหลัก แต่ยังดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่ต้องการประสบการณ์การกินมากขึ้น โดยเฉพาะลูกค้าที่มาคนเดียว ซึ่งเป็นเซกเมนต์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นต่อเนื่องในเขตเมือง

กลยุทธ์ของโยชิโนยะได้เปลี่ยนจากเดิมที่เน้น ราคาและความเร็ว ไปสู่ ประสบการณ์ในราคาที่เข้าถึงได้ ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการแข่งขันกับผู้เล่นอื่นในตลาดอาหารญี่ปุ่น ที่มีทั้งแบรนด์ระดับพรีเมียมและแมสกระจายตัวอยู่จำนวนมาก

นอกจากนี้ ร้านยังสามารถรองรับลูกค้าที่มีความต้องการหลากหลายมากขึ้นในโต๊ะเดียวกันได้ เช่น กลุ่มที่ต้องการความเร็วในการบริการ และกลุ่มที่ต้องการประสบการณ์การกินแบบลงมือทำเอง โดยเมนู SOLO YAKINIKU นี้จะจำหน่ายจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569

การปรับกลยุทธ์ครั้งนี้ของโยชิโนยะสะท้อนถึงความพยายามในการตอบสนองเทรนด์สังคมเมืองที่เปลี่ยนแปลงไป พร้อมทั้งยกระดับตัวเองในตลาดอาหารญี่ปุ่นที่แข่งขันสูง ผ่านการผสมผสานระหว่างความสะดวกของ QSR และประสบการณ์การกินแบบลงมือทำเอง