PTT ครองตำแหน่งบริษัทจดทะเบียนกำไรสุทธิสูงสุด 5 ปีซ้อน GULF กระโดดขึ้นอันดับ 2
การวิเคราะห์ข้อมูลงบการเงินของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในช่วงปี 2564 ถึง 2568 โดย Thairath Money เผยให้เห็นภาพศักยภาพการทำกำไรของยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมต่างๆ อย่างชัดเจน โดยพบว่า บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น PTT ผู้ดำเนินธุรกิจพลังงานรายใหญ่ของประเทศ ยังคงครองตำแหน่งบริษัทที่มีกำไรสุทธิสูงสุดเป็นอันดับ 1 อย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำความแข็งแกร่งและเสถียรภาพของธุรกิจพลังงานไทย
GULF โผล่ขึ้นอันดับ 2 หลังควบรวม INTUCH
ในปี 2568 เกิดการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ เมื่อ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือหุ้น GULF กระโดดขึ้นมาอยู่อันดับ 2 ด้วยกำไรสุทธิ 79,997 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นนี้เกิดขึ้นภายหลังการควบรวมกิจการกับ บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ INTUCH สำเร็จลุล่วง ส่งผลให้โครงสร้างธุรกิจแข็งแกร่งขึ้นและสามารถขยายฐานรายได้ได้อย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม การจัดอันดับ 10 บริษัทจดทะเบียนที่มีกำไรสุทธิสูงสุดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงการสลับตำแหน่งขึ้นลงอย่างต่อเนื่อง ระหว่างบริษัทในกลุ่มพลังงาน ธนาคารพาณิชย์ สื่อสาร สนามบิน และสายการบิน ซึ่งสะท้อนถึงการแข่งขันที่เข้มข้นและวัฏจักรธุรกิจที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา
สรุปอันดับกำไรสุทธิรายปี
ปี 2564:
- PTT - กำไรสุทธิ 108,363.41 ล้านบาท
- THAI - กำไรสุทธิ 55,118.21 ล้านบาท
- SCC - กำไรสุทธิ 47,173.99 ล้านบาท
ปี 2565:
- PTT - กำไรสุทธิ 91,174.86 ล้านบาท
- PTTEP - กำไรสุทธิ 70,901.34 ล้านบาท
- BANPU - กำไรสุทธิ 40,518.97 ล้านบาท
ปี 2566:
- PTT - กำไรสุทธิ 112,023.88 ล้านบาท
- PTTEP - กำไรสุทธิ 76,706.39 ล้านบาท
- SCB - กำไรสุทธิ 43,521.33 ล้านบาท
ปี 2567:
- PTT - กำไรสุทธิ 90,072.03 ล้านบาท
- PTTEP - กำไรสุทธิ 78,824.24 ล้านบาท
- KBANK - กำไรสุทธิ 49,603.54 ล้านบาท
ปี 2568:
- PTT - กำไรสุทธิ 90,166.37 ล้านบาท
- GULF - กำไรสุทธิ 79,997.77 ล้านบาท
- PTTEP - กำไรสุทธิ 60,273.15 ล้านบาท
ข้อมูลเหล่านี้ไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการทำกำไรของบริษัทชั้นนำ แต่ยังชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มและพลวัตของเศรษฐกิจไทยที่ขับเคลื่อนโดยภาคพลังงานและบริการทางการเงินอย่างต่อเนื่อง



