Oracle ปลดพนักงานทั่วโลกแตะ 30,000 ตำแหน่ง อินเดียหนักสุด 12,000 คน หลังลงทุน AI มหาศาล
Oracle ปลดพนักงาน 30,000 ตำแหน่ง อินเดียหนักสุด 12,000 คน

Oracle ปลดพนักงานทั่วโลกแตะ 30,000 ตำแหน่ง อินเดียหนักสุด 12,000 คน หลังลงทุน AI มหาศาล

เสียงแจ้งเตือนอีเมลในช่วงเช้ามืด กลายเป็นฝันร้ายของพนักงาน Oracle ทั่วโลกที่ได้รับแจ้งการเลิกจ้างแบบไม่ทันตั้งตัว รายงานล่าสุดระบุว่า Oracle กำลังดำเนินการปลดพนักงานครั้งใหญ่ทั่วโลก ซึ่งอาจมีจำนวนสูงถึง 30,000 ตำแหน่ง โดยเฉพาะประเทศอินเดียที่กลายเป็นพื้นที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด คาดว่ามีการเลิกจ้างราว 12,000 คน จากพนักงานทั้งหมดประมาณ 30,000 คนในประเทศ

ปัจจัยหลัก: การลงทุน AI และแรงกดดันด้านต้นทุน

การปรับลดครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ Oracle เผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งจากราคาหุ้นที่ร่วงลงอย่างหนัก ปรับตัวลดลงประมาณ 25% ตั้งแต่ต้นปี ซึ่งมากกว่าบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่รายอื่น สะท้อนความกังวลของนักลงทุนและความเชื่อมั่นที่มีต่อบริษัท

ในขณะเดียวกัน Oracle ยังต้องเผชิญแรงกดดันจากนักลงทุนเกี่ยวกับการเพิ่มหนี้เพื่อนำมาใช้ขยายโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI โดยเฉพาะ Data Center ที่รองรับงานประมวลผลขั้นสูง โดยในเดือนมกราคมที่ผ่านมา บริษัทประกาศแผนระดมทุนผ่านหนี้และทุนรวมมูลค่า 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แม้ผู้บริหารจะยืนยันว่าไม่มีแผนก่อหนี้เพิ่มในปี 2026 แล้วก็ตาม

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมและภาระต้นทุน

ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา Oracle เติบโตจากธุรกิจฐานข้อมูลสำหรับองค์กรและยังคงสร้างรายได้จากลูกค้าองค์กรเป็นสัดส่วนหลัก แต่วันนี้โลกกำลังเปลี่ยนไป การมาของ Generative AI ทำให้โครงสร้างอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ถูกเขย่าใหม่ทั้งหมด ผู้เล่นรายใหญ่ต่างเร่งลงทุน Data Center เพื่อรองรับ AI ไม่ว่าจะเป็น Amazon, Microsoft หรือ Google รวมถึง Oracle นำไปสู่ภาระต้นทุนมหาศาลเพื่อปรับโครงสร้าง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

อย่างไรก็ตาม รายได้ใหม่จาก AI อาจจะยังตามไม่ทันต้นทุนที่ลงทุนไป ทำให้บริษัทต้องรีเซ็ตองค์กรโดยเฉพาะทีมที่ไม่สอดคล้องกับทิศทางใหม่ แม้กระทั่งทีม Cloud, AI และวิศวกรรมเองก็ยังโดนปรับ เพราะองค์กรกำลังเลือกโฟกัสใหม่ การปลดพนักงานจึงเป็นสัญญาณไปยังตลาดว่าบริษัทกำลังควบคุมต้นทุนอย่างจริงจัง

ผลกระทบในอินเดียและรูปแบบการปลด

ผลกระทบจากการปลดพนักงานครั้งนี้เห็นชัดที่สุดในอินเดีย ซึ่งถือเป็นฐานกำลังสำคัญของ Oracle กลุ่มที่ได้รับผลกระทบหลัก คือ พนักงานในศูนย์ Development Center ของบริษัท ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่วิศวกรซอฟต์แวร์ ไปจนถึงทีมปฏิบัติการ Data Center และบุคลากรด้าน AI/แมชชีนเลิร์นนิง

นอกจากนี้ยังมีการปรับลดในหน่วยธุรกิจสำคัญอย่าง Oracle Fusion Cloud Applications และ Oracle Cloud Infrastructure (OCI) ซึ่งเป็นหัวใจของกลยุทธ์ Cloud และ AI ของบริษัท สะท้อนให้เห็นว่าแม้แต่ธุรกิจอนาคตก็ไม่รอดจากการปรับโครงสร้างครั้งนี้

รูปแบบการปลดยังสร้างแรงสั่นสะเทือนในหมู่พนักงาน เนื่องจากหลายคนได้รับอีเมลแจ้งเลิกจ้างแบบฉับพลันในช่วงเช้ามืด โดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า และมีผลทันทีในวันเดียวกัน ทำให้เหตุการณ์นี้ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในการปลดพนักงานที่รวดเร็วและรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งของ Oracle ในรอบหลายปีที่ผ่านมา

มุมมองผู้บริหารและนักวิเคราะห์

ในด้านของผู้บริหารของ Oracle ยังคงระบุด้วยความมั่นใจว่าการลงทุนใน AI จะสร้างผลตอบแทนในระยะยาว จากความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI ทั้ง GPU และ CPU ที่ยังคงสูงเกินอุปทานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนโดยตรงในตัวเลขคำสั่งซื้อคงค้างของ Oracle ที่ 553,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไม่นับรายได้ตามสัญญาที่ยังไม่รับรู้ (Remaining Performance Obligations) ที่จะพุ่งขึ้นถึง 359% แตะ 455,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังจากทำข้อตกลงกับ OpenAI มูลค่ากว่า 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นักวิเคราะห์จาก TD Cowen ประเมินว่า หาก Oracle ปรับลดพนักงานในระดับ 20,000-30,000 คน อาจช่วยเพิ่มกระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow) ได้ราว 8,000-10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยข้อมูลล่าสุดระบุว่า Oracle มีพนักงานราว 162,000 คน ณ เดือนพฤษภาคม 2025 การปลดพนักงานครั้งนี้จึงสะท้อนแรงกดดันระยะสั้น จากต้นทุนและการลงทุนมหาศาล ขณะที่ Oracle กำลังเดิมพันครั้งใหญ่กับอนาคตของ AI ในระยะยาว