MGC-ASIA เผยผลประกอบการปี 2568 เติบโตโดดเด่น กำไรสุทธิพุ่ง 782.2%
บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA หนึ่งในกลุ่มทุนยานยนต์รายใหญ่ของประเทศไทย เปิดเผยผลการดำเนินงานประจำปี 2568 ที่เติบโตอย่างโดดเด่น โดยทำสถิติกำไรสูงสุดใหม่ สะท้อนความแข็งแกร่งของโครงสร้างธุรกิจในระบบนิเวศ Mobility Ecosystem ที่ครอบคลุมหลายด้าน
ตัวเลขผลประกอบการที่เติบโตอย่างน่าประทับใจ
ในปี 2568 MGC-ASIA มีรายได้รวมสูงถึง 22,477 ล้านบาท ยอดขายรถยนต์ทั้งหมด 11,814 คัน และมียอดจองคงค้าง (Backorder) อีก 1,065 คัน ซึ่งเป็นฐานรองรับการรับรู้รายได้ในอนาคต ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิ 1,284 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 782.2% จากปีก่อนหน้า ตอกย้ำการเข้าสู่รอบการเติบโตใหม่ในระยะกลางถึงระยะยาว
นายสัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม MGC-ASIA กล่าวว่า "ผลการดำเนินงานปี 2568 สะท้อนความแข็งแกร่งของระบบนิเวศทางธุรกิจ Mobility Ecosystem ที่เราวางรากฐานมาอย่างต่อเนื่อง การเติบโตของกำไรจากธุรกิจหลัก ควบคู่กับรายได้ประจำจากบริการ การเงิน และประกันภัย ช่วยเสริมเสถียรภาพและคุณภาพกำไรในระยะยาว"
ปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตจากธุรกิจหลัก
การเติบโตของผลประกอบการได้รับแรงสนับสนุนจากหลายธุรกิจหลัก ได้แก่
- ยอดขายยานยนต์พรีเมียม: โดยเฉพาะแบรนด์ BMW และ MINI ซึ่งกำลังก้าวสู่ยุคเทคโนโลยีใหม่
- ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า: ด้วยการจำหน่ายแบรนด์ XPENG และ ZEEKR ที่ได้รับความนิยม
- บริการหลังการขาย: เครือข่ายศูนย์บริการที่สร้างรายได้และกำไรอย่างต่อเนื่อง
- ธุรกิจการเงินและประกันภัย: ที่กลับเข้าสู่รอบเติบโตหลังผ่านจุดต่ำสุด
นอกจากนี้ บริษัทยังมีเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการรวม 130 สาขาทั่วประเทศไทย สปป.ลาว และมาเลเซีย ซึ่งช่วยขยายการดำเนินงานผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตร
กลยุทธ์รถยนต์ไฟฟ้าและบริการเสริมที่สร้างมูลค่า
MGC-ASIA มุ่งเน้นการจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าจีนระดับพรีเมียมด้วยแนวทาง Technology-led Differentiation เน้นคุณค่าจากคุณสมบัติผลิตภัณฑ์และสมาร์ทเทคโนโลยี แทนการแข่งขันด้านราคา สำหรับธุรกิจรถเช่า SIXT Thailand บริษัทเป็นผู้บุกเบิกบริการเช่ารถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมรายแรกในประเทศไทย และได้เพิ่มรถ XPENG และ ZEEKR ในปี 2568 เพื่อสร้างความสัมพันธ์เชิงบวกระหว่างธุรกิจ
"ด้วยโครงสร้างธุรกิจ Mobility Ecosystem ที่เชื่อมโยงตั้งแต่การจำหน่ายยานยนต์พรีเมียม รถยนต์ไฟฟ้า ธุรกิจการเงิน ประกันภัย บริการหลังการขาย และรถเช่า ช่วยสร้างรายได้ประจำที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง" นายสัณหวุฒิ กล่าวเสริม
บริษัทเชื่อมั่นว่าการเติบโตของกำไรในระยะกลางถึงระยะยาวจะมีความต่อเนื่อง และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างยั่งยืน จากการบริหารจัดการอย่างมีวินัยและความแข็งแกร่งเชิงโครงสร้าง



