MAW ขนมพรีเมียมใหม่จากพีช-พชร เจาะตลาดขนมขบเคี้ยวที่เติบโตต่อเนื่อง
พีช-พชร จิราธิวัฒน์ ผู้ก่อตั้งและเจ้าของแบรนด์ MAW (มาว) ได้เปิดตัวธุรกิจขนมพรีเมียมอย่างเป็นทางการ โดยมุ่งเจาะช่องว่างในตลาดระหว่างขนมแมสกับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ การเปิดตัวครั้งนี้เกิดขึ้นในวันที่ 17 มีนาคม 2569 โดยแบรนด์วางตำแหน่งตัวเองเป็นขนมพรีเมียมที่เข้าถึงได้ง่ายสำหรับผู้บริโภคทั่วไป
โอกาสในตลาดขนมขบเคี้ยวที่ขยายตัว
ข้อมูลจาก Euromonitor ระบุว่า ตลาดขนมขบเคี้ยวประเภท Savoury Snacks ในประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่ามูลค่าจะเพิ่มขึ้นจาก 55,322 ล้านบาทในปี 2568 เป็น 67,977 ล้านบาทในปี 2573 สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคยังคงให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายกับสินค้าในกลุ่ม Affordable Indulgence หรือการให้รางวัลตัวเองเล็กๆ น้อยๆ แม้เศรษฐกิจจะมีความผันผวน
พชร อธิบายเพิ่มเติมว่า ตลาดขนมพรีเมียมในประเทศไทยก่อนหน้านี้ถูกครอบงำโดยสินค้านำเข้าเป็นหลัก ทำให้ราคาค่อนข้างสูง ในขณะที่ขนมในกลุ่มแมสแม้จะเข้าถึงง่าย แต่ยังขาดความหลากหลายในด้านรสชาติและประสบการณ์การบริโภคแบบสากล ดังนั้น จึงเห็นโอกาสในการพัฒนาแบรนด์ขนมที่ให้ภาพลักษณ์พรีเมียม แต่สามารถตั้งราคาให้ผู้บริโภคซื้อหามารับประทานได้ในชีวิตประจำวัน
สินค้ารุ่นแรกและกลยุทธ์การตลาด
สินค้ารุ่นแรกของแบรนด์ MAW คือ ข้าวเกรียบกุ้งพรีเมียม ซึ่งได้รับการพัฒนารสชาติในสไตล์ Global Taste โดยเปิดตัว 3 รสชาติหลัก ได้แก่ Spicy Mentaiko Mayo, Cheddar Jalapeño และ Salted Rosemary Butter สินค้าดังกล่าววางจำหน่ายใน 2 ขนาด คือ ราคา 69 บาท และ 145 บาท เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย
สำหรับกลยุทธ์การทำตลาดในช่วงเริ่มต้น แบรนด์เลือกที่จะจับกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้บริโภคในเมืองที่มีอายุประมาณ 25-35 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับไลฟ์สไตล์และชอบทดลองสินค้าใหม่ๆ พร้อมกันนี้ MAW ได้เปิดตัวผ่านความร่วมมือกับซูเปอร์มาร์เก็ต TOPS จำนวน 724 สาขาทั่วประเทศ เพื่อเข้าถึงฐานลูกค้าที่มีกำลังซื้อและสอดคล้องกับภาพลักษณ์พรีเมียมของสินค้า
เป้าหมายและแผนธุรกิจในอนาคต
ในปีแรกของการดำเนินธุรกิจ MAW ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ประมาณ 55-71 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนราว 0.1% ของมูลค่าตลาดขนมขบเคี้ยวทั้งหมด บริษัทวางแผนที่จะเริ่มจากตลาดเฉพาะกลุ่มก่อน แล้วค่อยๆ ขยายฐานผู้บริโภคในระยะต่อไป
นอกจากนี้ แผนธุรกิจระยะ 3-5 ปีของบริษัทยังรวมถึงแนวคิดในการต่อยอดสินค้าไปยังหมวดขนมขบเคี้ยวอื่นๆ และการศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายตลาดไปยังประเทศในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นตลาดขนมขนาดใหญ่และมีพฤติกรรมผู้บริโภคที่ใกล้เคียงกับประเทศไทย
การเปิดตัวแบรนด์ MAW ในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเติมเต็มช่องว่างในตลาดขนมขบเคี้ยวเท่านั้น แต่ยังเป็นการตอบสนองต่อแนวโน้มการบริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาประสบการณ์การรับประทานที่แตกต่างและมีคุณภาพในราคาที่สมเหตุสมผล



