เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จับมือ Emart เปิด No Brand บุกตลาดไทย ตั้งเป้า 10 สาขาแรก
เซ็นทรัล จับมือ Emart เปิด No Brand บุกไทย ตั้งเป้า 10 สาขา

เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จับมือ Emart จากเกาหลี เปิดตัว No Brand บุกตลาดไทย ตั้งเป้า 10 สาขาแรก

เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Emart บริษัทค้าปลีกยักษ์ใหญ่จากเกาหลีใต้ เพื่อนำโมเดลร้านค้า No Brand เข้ามาประเดิมเปิดตัวในประเทศไทยเป็นครั้งแรก โดยตั้งเป้าขยายสาขาให้ครบ 10 แห่งในระยะเริ่มต้น ความร่วมมือนี้มุ่งยกระดับธุรกิจค้าปลีกอาหารของกลุ่มให้ก้าวสู่ระดับสากล พร้อมตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปในยุคปัจจุบัน

โมเดล Value-driven Retail เน้นความคุ้มค่าสูงสุด

นายธนวัตร จิรจริยาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด เปิดเผยว่า No Brand ดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด Value-driven Retail ซึ่งลดต้นทุนที่ไม่จำเป็นทั้งด้านการตลาดและบรรจุภัณฑ์ เพื่อรักษาคุณภาพสินค้าในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ร้านค้าแห่งนี้มีสินค้ากว่า 2,200 รายการ ครอบคลุมอาหาร ของใช้ในชีวิตประจำวัน และสินค้าไลฟ์สไตล์ โดยประมาณ 70% เป็นสินค้านำเข้าจากเกาหลีใต้ และที่น่าสนใจคือกว่า 45% ของสินค้าทั้งหมดมีราคาต่ำกว่า 100 บาท

เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล ได้รับสิทธิ์มาสเตอร์แฟรนไชส์แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย สำหรับการดำเนินธุรกิจและจัดจำหน่ายสินค้า No Brand ขณะที่ Emart จะรับหน้าที่จัดหาสินค้า พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการตลาด การออกแบบร้าน การก่อสร้าง และการจัดวางสินค้า เพื่อรักษามาตรฐานแบรนด์ในระดับโลก

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ตอบโจทย์กระแส K-Content และพฤติกรรม Smart Shopper

นายธนวัตรกล่าวเสริมว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยเสริมศักยภาพการแข่งขันของบริษัท และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมาย World-Class Grocery Destination โดยมุ่งเน้นการนำเสนอ “ความคุ้มค่าที่แท้จริง” แทนการแข่งขันด้วยแบรนด์เพียงอย่างเดียว

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากกระแสวัฒนธรรมเกาหลีหรือ K-Content ที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สินค้าจากเกาหลีเติบโตตามไปด้วย ข้อมูลระบุว่ามูลค่าการนำเข้าสินค้าเกาหลีในไทยเติบโตเฉลี่ยกว่า 8% ต่อปี ครอบคลุมกลุ่มอาหาร ความงาม และสินค้าไลฟ์สไตล์ ในระดับโลก ตลาดสินค้าและวัฒนธรรมเกาหลีมีมูลค่ากว่า 76,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2.7 ล้านล้านบาท และคาดว่าจะขยายตัวเกือบเท่าตัว แตะ 1.43 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2573

ด้านพฤติกรรมผู้บริโภคไทยพบว่าเข้าสู่ยุค Smart Shopper มากขึ้น โดยมีสถิติที่น่าสนใจ:

  • 79% ให้ความสำคัญกับราคาสินค้าเป็นหลัก
  • 91% ยินดีจ่ายเงินเพิ่มหากสินค้ามีคุณภาพที่ดีกว่า
  • 69% เปิดรับรูปแบบการซื้อสินค้าใหม่ๆ

แนวโน้มดังกล่าวผลักดันให้ผู้ค้าปลีกเร่งพัฒนาสินค้า Own Brand และ Private Label เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

เป้าหมายระยะยาว: Thailand’s Daily K-Flavor Destination

การเปิดตัว No Brand ในรูปแบบสแตนด์อโลนครั้งแรกในไทย ไม่เพียงเป็นการเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภค แต่ยังเป็นการนำเสนอโมเดลค้าปลีกรูปแบบใหม่ที่ผสาน “ราคา-คุณภาพ-ประสบการณ์” เข้าด้วยกันอย่างลงตัว บริษัทตั้งเป้าผลักดันให้ No Brand ก้าวขึ้นเป็นจุดหมายปลายทางสินค้าเกาหลีในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคไทย หรือที่เรียกว่า Thailand’s Daily K-Flavor Destination ในระยะยาว

ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงกลยุทธ์การขยายตัวของเซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล ในการตอบสนองต่อตลาดที่กำลังเติบโตและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป พร้อมทั้งใช้ประโยชน์จากกระแสความนิยมสินค้าเกาหลีที่ยังคงมีศักยภาพสูงในประเทศไทย