นุ้บ-ชนัญดา ทวีสิน เปิดตัว BIBI เครื่องดื่มลูกผสม เริ่มต้น 95 บาท ขาย Mood & Tone แห่งชีวิต
BIBI เครื่องดื่มลูกผสม เริ่ม 95 บาท ขาย Mood & Tone

นุ้บ-ชนัญดา ทวีสิน เปิดตัว BIBI เครื่องดื่มลูกผสม เริ่มต้น 95 บาท ขาย Mood & Tone แห่งชีวิต

จากความสำเร็จของ BEANS Coffee Roaster สู่การเปิดตัวแบรนด์ใหม่ BIBI (บีบี้) เครื่องดื่มไลฟ์สไตล์ที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การขายน้ำผลไม้สกัดเย็น แต่ขาย Mood & Tone ของการใช้ชีวิต เปลี่ยนภาพลักษณ์เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่อาจดูน่าเบื่อ ให้กลายเป็นงานศิลปะที่สามารถดื่มได้อย่างสนุกสนานและเฮลตี้ไปพร้อมกัน

จากกาแฟสเปเชียลตี้สู่การสร้างน่านน้ำใหม่ในตลาดเครื่องดื่ม

นุ้บ-ชนัญดา ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BEANS Coffee Roaster และผู้ร่วมก่อตั้ง BIBI ระบุว่า ความสำเร็จของ BEANS ไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้มองเห็นช่องว่างในตลาดเครื่องดื่มที่กว้างขวางกว่าแค่กาแฟ นำมาสู่การสร้างแบรนด์ BIBI ที่มุ่งเน้นการเปลี่ยนวัฒนธรรมการดื่มของคนรุ่นใหม่

จากข้อมูลของศูนย์วิจัยกสิกรไทย ตลาดร้านเครื่องดื่มในไทยปี 2568 มีมูลค่าสูงถึง 56,900 ล้านบาท แม้จะเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงจากแบรนด์ทั้งไทยและต่างประเทศ BIBI เลือกเข้าสู่สมรภูมินี้ด้วยจุดยืน Premium Mass เพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งจากกลุ่มชานมไข่มุกและเครื่องดื่มรสหวานทั่วไป

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

JUICEFEE: นวัตกรรมเครื่องดื่มลูกผสมที่ฉีกกฎเดิมๆ

หัวใจหลักของ BIBI คือการเป็น JUICEFEE (JUICE + COFFEE) ที่พัฒนาขึ้นจากการวิจัยและพัฒนากว่าครึ่งปี ทีม R&D ทลายข้อจำกัดเดิมๆ ที่ว่าน้ำผลไม้ผสมกาแฟต้องมีแค่ส้มหรือมะพร้าว จนเกิดเป็นเมนูกว่า 20 รายการที่มีคอนเซปต์ชัดเจน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  • สามารถมิกซ์กับคาเฟอีน ไม่ว่าจะเป็น Specialty Coffee, มัทฉะเข้มข้น หรือชาไทยสูตรลับ
  • เกิดรสชาติที่แปลกใหม่แต่ลงตัวในแก้วเดียว ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง
  • ตัวอย่างเมนู เช่น My X (แฟนเก่า) ที่สื่อถึงความสัมพันธ์ที่ควร Move On, First Date ที่สื่อถึงการเริ่มต้นใหม่, และ No Drama สำหรับวันที่ไม่อยากวุ่นวาย

กลยุทธ์ราคาและการบริหารต้นทุนท่ามกลางความท้าทาย

BIBI กำหนดราคาเริ่มต้นที่ 95 บาท ไปจนถึง 175 บาท เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างพนักงานออฟฟิศและคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ ในช่วงแรก แบรนด์เผชิญความท้าทายจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงถึง 60-70% แต่ด้วยการพัฒนาระบบ Cold Pressed Preparation ทำให้ปัจจุบันควบคุมต้นทุนลงมาอยู่ที่ 30% และสามารถเสิร์ฟได้ภายใน 2 นาทีต่อแก้ว

แม้สภาวะเศรษฐกิจผันผวนและราคาบรรจุภัณฑ์ปรับตัวสูงขึ้นถึง 25% BIBI ยืนหยัดที่จะไม่ผลักภาระให้ผู้บริโภคในระยะสั้น โดยใช้การรัดเข็มขัดภายในองค์กรแทน เพื่อรักษาฐานลูกค้าและความเชื่อมั่นในระยะยาว

การสร้างประสบการณ์ผ่านบุคลากรและชุมชน

กลยุทธ์การตลาดของ BIBI เน้นการสร้างประสบการณ์ผ่านบุคลากร โดยเรียกพนักงานว่า Babe แทน Barista เพราะ Babe ไม่ได้แค่ทำเครื่องดื่ม แต่เป็นผู้สร้างประสบการณ์ก่อนเสิร์ฟในทุกแก้ว พนักงานทุกคนผ่านการ Workshop เรื่องรสชาติ การบาลานซ์ผลไม้ การจับคู่ Juice กับ Coffee / Matcha / Tea และการสื่อสารกับลูกค้า

นอกจากนี้ แบรนด์ยังรุกสร้าง Healthy Community ผ่านการคอลแลปกับสตูดิโอออกกำลังกาย กลุ่มผู้เล่น Pickleball และกิจกรรมการกุศล เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ที่รับผิดชอบต่อสังคมและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายหลักอายุ 18-35 ปี

วิสัยทัศน์สู่ความยั่งยืนและการขยายสาขา

กฤตธี ธนวิพุธ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ BEANS Coffee Roaster และผู้ร่วมก่อตั้ง BIBI มองว่า แผนการเติบโตไม่ได้เน้นการขยายสาขาอย่างรวดเร็ว แต่เน้นความแข็งแกร่งของแต่ละสาขา ปัจจุบันเปิดให้บริการที่สยามพารากอน มียอดขายเฉลี่ย 100 แก้วต่อวัน และคาดว่าจะคืนทุนภายใน 1 ปี

  1. ตั้งเป้าขยายสาขาในปีนี้เพิ่มอีก 2 แห่ง ในโซนพื้นที่ใจกลางเมืองและห้างสรรพสินค้า เช่น One Bangkok และเซ็นทรัลลาดพร้าว
  2. แผนการออกต่างจังหวัดเป็นเฟสที่จะพิจารณาในอนาคต
  3. มีแผนขยายไปสู่แฟรนไชส์ด้วยเช่นกัน

ก้าวย่างของ BIBI ในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การแตกไลน์ธุรกิจเพื่อเพิ่มรายได้ แต่เป็นการพิสูจน์วิสัยทัศน์ของบริษัท กินดื่ม จำกัด ที่พร้อมจะ Re-define วัฒนธรรมการดื่มของคนรุ่นใหม่ จากโลกของกาแฟสเปเชียลตี้สู่การสร้าง Lifestyle Community และปั้นเส้นทางธุรกิจที่แตกต่าง นี่คือกลยุทธ์การฉีกน่านน้ำใหม่ที่เปลี่ยนน้ำผลไม้ให้กลายเป็นงานศิลปะที่ดื่มได้ ซึ่งอาจกลายเป็นพิมพ์เขียวสำคัญสำหรับการเติบโตอย่างยั่งยืนในตลาดเครื่องดื่มมูลค่าห้าหมื่นล้านบาท