BCP กำไรปี 2568 พุ่ง 32% สูงถึง 2,880 ล้านบาท โรงกลั่นทำสถิติผลิตสูงสุด
BCP กำไรปี 68 พุ่ง 32% โรงกลั่นทำสถิติผลิตสูงสุด

BCP ประกาศกำไรปี 2568 พุ่ง 32% สู่ระดับ 2,880 ล้านบาท โรงกลั่นทำสถิติผลิตสูงสุดหนุน EBITDA

บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP เผยผลประกอบการประจำปี 2568 มีกำไรส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่สูงถึง 2,880 ล้านบาท ซึ่งเติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 32% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยรายได้รวมทะลุ 507,570 ล้านบาท ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานปกติ (ไม่รวมรายการพิเศษ) พุ่งแรงถึง 67% สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนและการผสานความร่วมมือภายในกลุ่มธุรกิจได้อย่างมีนัยสำคัญ

โรงกลั่นพระโขนงและศรีราชาทำสถิติกำลังผลิตเฉลี่ยสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 โรงกลั่นน้ำมันบางจากทั้งสองแห่ง คือ โรงกลั่นพระโขนงและโรงกลั่นศรีราชา สามารถทำสถิติกำลังการผลิตเฉลี่ยรวมสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยแตะระดับเกือบ 280,000 บาร์เรลต่อวัน หรือที่ 279,700 บาร์เรลต่อวัน อย่างแม่นยำ ส่งผลให้ค่าการกลั่นและ EBITDA ของกลุ่มธุรกิจโรงกลั่นเติบโตโดดเด่น โดยเฉพาะในไตรมาสสุดท้ายที่ค่าการกลั่นปรับเพิ่มขึ้นสูงถึง 10.8 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในรอบหลายไตรมาส

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่ BCP เปิดเผยว่า แม้ปี 2568 จะเป็นปีที่ธุรกิจพลังงานเผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับลดลงและความผันผวนของเศรษฐกิจโลก แต่กลุ่มบริษัทบางจากยังคงมุ่งเน้นการบริหารธุรกิจด้วยความรอบคอบ พร้อมเสริมสร้างความแข็งแกร่งของโครงสร้างธุรกิจในระยะยาว

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ปัจจัยสนับสนุนผลประกอบการที่แข็งแกร่ง

  • กำไรต่อหุ้น อยู่ที่ 2.08 บาท โดยมี EBITDA รวม 35,753 ล้านบาท
  • กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ อยู่ที่ 10,240 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67% จากปี 2567
  • สามารถรับรู้ Synergy ตลอดปี 7,300 ล้านบาท จากการผสานการทำงานระหว่างธุรกิจในกลุ่ม
  • โรงกลั่นทั้งสองแห่งเพิ่มอัตราการกลั่นเฉลี่ยได้อีก 5,300 บาร์เรลต่อวัน จากปีก่อนหน้า
  • ส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซลและน้ำมันอากาศยาน (Middle Distillates) ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลัง

นอกจากนี้ การปรับโครงสร้างกลุ่มธุรกิจจากการเข้าถือหุ้นบริษัท บางจาก ศรีราชา จำกัด (มหาชน) หรือ BSRC ในสัดส่วน 99.72% และการเพิกถอน BSRC ออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในเดือนธันวาคม 2568 จะช่วยสนับสนุนการบริหารการดำเนินงานของทั้งสองโรงกลั่นภายใต้แนวคิด “Together to Greater” เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานในระยะต่อไป

แผนธุรกิจปี 2569: เร่งเครื่อง 2 ธุรกิจหลักและพลังงานคาร์บอนต่ำ

สำหรับปี 2569 BCP ให้ความสำคัญกับ 2 กลุ่มธุรกิจที่จะเป็นกลไกการเติบโตใหม่ ได้แก่

  1. กลุ่มธุรกิจการค้าน้ำมัน
  2. กลุ่มธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม

เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันในระดับภูมิภาคและสนับสนุนความมั่นคงด้านพลังงาน ขณะที่กลุ่มธุรกิจโรงกลั่น การตลาด และพลังงานชีวภาพ ยังคงอยู่ในสถานะที่แข็งแกร่ง พร้อมสร้างประโยชน์จากโอกาสที่เกิดจากภาวะตลาดที่เอื้ออำนวย

อีกทั้ง BCP เตรียมเดินหน้าเชิงพาณิชย์ธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) ภายในเดือนมิถุนายน 2569 ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนพอร์ตพลังงานคาร์บอนต่ำของกลุ่มบริษัทฯ

ผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2568: EBITDA พุ่ง 28%

ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและการให้บริการ 123,790 ล้านบาท โดยมี EBITDA 9,154 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ (ไม่รวมรายการพิเศษ) 4,056 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% จากไตรมาสก่อน และมากกว่า 100% จากปีก่อน

แรงหนุนหลักมาจากกลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมัน ซึ่งมี EBITDA เพิ่มขึ้น 57% จากไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่กลุ่มธุรกิจการตลาดมีปริมาณการจำหน่ายเติบโตจากการเดินทางในช่วงฤดูท่องเที่ยวและการขยายตลาดผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงในภาคอุตสาหกรรม

โครงสร้างธุรกิจที่มีความหลากหลายของกลุ่มบริษัทบางจากช่วยเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันและรักษาเสถียรภาพทางการเงินท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและตลาดพลังงานที่ผันผวนในปัจจุบัน