ตัวแทนบริษัทน้ำมันนำเอกสารหลักฐานมอบ ปคบ. ยันธุรกิจดำเนินต่อได้ตามปกติ
เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 ตัวแทนบริษัท วี เอ ออยล์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทคู่ค้าคลังน้ำมันอ่างทอง ได้นำเอกสารใบกำกับการขนส่งน้ำมันและใบกำกับภาษี มามอบให้กับพนักงานสอบสวนกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) หลังถูกกล่าวหาในความผิดฐานไม่ออกใบกำกับการขนส่งน้ำมัน ซึ่งเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 มาตรา 30 มีระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
บริษัทยืนยันมีหลักฐานครบถ้วน พร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่
ตัวแทนบริษัทเปิดเผยว่า ได้นำใบกำกับภาษีและใบกำกับการขนส่งน้ำมันตามช่วงเวลาที่พนักงานสอบสวนร้องขอมามอบให้ โดยเอกสารครอบคลุมข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม ถึง 18 มีนาคม 2569 เขายืนยันว่า บริษัทสามารถแสดงรายละเอียดข้อมูลที่มาที่ไปของน้ำมันได้อย่างชัดเจน และไม่มีความกังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องทั้งในส่วนเอกสาร การซื้อขาย และราคา ทำให้ยังสามารถดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ
นอกจากนี้ ตัวแทนบริษัทยังชี้แจงว่า บทบาทของบริษัท วี เอ ออยล์ จำกัด เป็นลักษณะ "ผู้ประสานงานหรือผู้จำหน่าย" (Jobber) ทำหน้าที่รับความต้องการจากลูกค้า ก่อนจัดหาน้ำมันและออกเอกสารให้ลูกค้าไปรับสินค้าด้วยตัวเอง ขณะนี้ยังไม่ได้มีการประสานพูดคุยกับบริษัทคู่ค้าที่ถูกตรวจสอบโดยตรง แต่เชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหา เนื่องจากแต่ละฝ่ายต่างมีเอกสารยืนยันในส่วนของตนเอง
ตำรวจเร่งสอบปากคำเพิ่มเติมในคดีคลังน้ำมันอ่างทอง
ด้าน พ.ต.อ.ธนาทัศน์ ศรีพิพัฒน์ รักษาราชการแทน ผกก. 2 บก.ปคบ. เปิดเผยว่า วันนี้พนักงานสอบสวนได้นัดหมายให้ทางบริษัทคู่ค้าน้ำมันกับบริษัทคลังน้ำมันอ่างทอง นำเอกสารเข้ามาชี้แจง ในประเด็นที่ทางบริษัทคู่ค้ายังไม่ได้ชี้แจง คือเรื่องใบกำกับการขนส่ง โดยเมื่อวานนี้ (24 มีนาคม 2569) บริษัทคลังน้ำมันอ่างทอง ได้ส่งตัวแทนมาเข้าพบพนักงานสอบสวนแล้ว
เบื้องต้นพบว่า มีพยานหลักฐานที่สอดคล้องในทางคดี แต่มีบางอย่างที่จะต้องทำการสอบปากคำเพิ่ม โดยเฉพาะเรื่องเอกสารการขนส่ง ซึ่งบางเรื่องเป็นรายละเอียดในสำนวนยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ส่วนจะต้องมีการเรียกเข้ามาชี้แจงเพิ่มเติมหรือไม่นั้น จะต้องขอดูข้อมูลที่ได้มาก่อนแล้วจึงพิจารณา
พ.ต.อ.ธนาทัศน์ ยังระบุว่า ตามเส้นทางของน้ำมันที่ตรวจสอบก็มีที่มา ส่วนได้มาตรฐานหรือไม่ได้มาตรฐานนั้นเป็นรายละเอียดในสำนวนที่ประกอบกันหลายส่วนยังไม่สามารถให้รายละเอียดได้ โดยคลังน้ำมันในจังหวัดอ่างทองที่ซื้อน้ำมันเข้ามานั้นมาจากหลายที่ เพราะประกอบกิจการมานานแล้ว และทางพนักงานสอบสวนได้ดูช่วงเวลาที่เกิดวิกฤต พบว่ามีความสัมพันธ์กันกับ 2 ที่ที่เกี่ยวข้องที่รับน้ำมันมา จึงเรียกเข้ามาชี้แจงดังกล่าว
บริษัทคู่ค้าย้ำไม่เคยขายเกินราคา ตำรวจเร่งสอบเอกสารเพิ่ม
ตัวแทนบริษัทคู่ค้าคลังน้ำมันอ่างทอง ยืนยันว่า ได้ออกใบกำกับขนส่งให้ครบถ้วน และไม่เคยขายน้ำมันเกินราคา พร้อมให้ความร่วมมือกับการตรวจสอบอย่างเต็มที่ โดยเชื่อว่า ประเด็นที่เกิดขึ้นอาจมาจากความคลาดเคลื่อนในการสื่อสารหรือการส่งมอบเอกสารบางส่วนให้กับเจ้าหน้าที่ แต่บริษัทมีหลักฐานครบถ้วนแน่นอน
ขณะที่ตำรวจยังไม่ได้มีการแจ้งข้อหาอย่างเป็นทางการในขณะนี้ แต่คาดว่า เมื่อมีการนำเอกสารมายืนยันครบถ้วนแล้ว เรื่องดังกล่าวจะสามารถชี้แจงได้อย่างชัดเจน การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไปเพื่อหาข้อเท็จจริงในคดีคลังน้ำมันอ่างทองที่เกี่ยวข้องกับสต็อกน้ำมัน 3.3 แสนลิตร และประเด็นคุณภาพน้ำมัน



