บริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้ารายใหญ่ของประเทศไทยได้ส่งหนังสืออย่างเป็นทางการถึงคู่ค้าทางธุรกิจ เพื่อส่งสัญญาณเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยงที่ต้นทุนการผลิตอาจเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อันเป็นผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังไม่สามารถประเมินจุดสิ้นสุดได้อย่างชัดเจน
สัญญาณเตือนจากผู้ผลิตยักษ์ใหญ่
บริษัทชั้นนำอย่าง เนสท์เล่ สหพัฒน์ ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย เอฟ แอนด์ เอ็น และ BJC ได้ร่วมกันแจ้งเตือนไปยังเครือข่ายคู่ค้า โดยชี้ให้เห็นว่าสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางอาจยืดเยื้อและส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตสินค้าทุกกลุ่ม ทางบริษัทจึงแนะนำให้คู่ค้าเร่งดำเนินการบริหารจัดการสต็อกสินค้าให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย หรือ Safety Stock โดยเฉพาะในช่วงเดือนมีนาคมนี้
คำแนะนำเชิงรุกเพื่อรับมือความไม่แน่นอน
ในจดหมายดังกล่าวได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการวางแผนบริหารสต็อกและจัดเก็บสินค้าเพิ่มเติมในคลังสินค้า เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับต้นทุนที่อาจปรับตัวสูงขึ้นในเดือนเมษายนข้างหน้า สิ่งนี้สะท้อนถึงความกังวลของผู้ผลิตเกี่ยวกับความล่าช้าในการขนส่งและอุปสงค์ที่อาจเปลี่ยนแปลงไปเนื่องจากวิกฤตการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์
การตอบสนองจากภาครัฐ
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ออกมายืนยันว่ากระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามและดูแลราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน พร้อมทั้งดูแลผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง
ในปัจจุบันยังไม่พบปัจจัยที่จำเป็นต้องปรับขึ้นราคาสินค้า เนื่องจากต้นทุนพลังงานยังคงอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ กระทรวงฯ ยังได้เน้นย้ำถึงมาตรการควบคุมสินค้าจำเป็น 8 หมวด ได้แก่ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง นมผง ปุ๋ยเคมี ยาปราบศัตรูพืช และอาหารสัตว์ ซึ่งหากต้องการปรับขึ้นราคาจะต้องขออนุญาตจากกรมการค้าภายในก่อน
สินค้าที่ต้องแจ้งล่วงหน้าและสินค้าติดตามราคา
สำหรับสินค้าในชีวิตประจำวันบางประเภท เช่น ผงซักฟอก แชมพู และน้ำยาล้างจาน แม้สามารถปรับราคาได้โดยไม่ต้องขออนุญาต แต่ต้องแจ้งล่วงหน้า ซึ่งขณะนี้ยังไม่พบการแจ้งปรับราคาดังกล่าว ส่วนสินค้าที่อยู่ในกลุ่มติดตามราคา เช่น ข้าวสารบรรจุถุง ซอสปรุงรส และน้ำปลา กระทรวงพาณิชย์จะติดตามอย่างต่อเนื่องและพร้อมหารือกับผู้ประกอบการเพื่อขอความร่วมมือในการตรึงราคาหากมีแนวโน้มปรับขึ้น
มาตรการรองรับจากกระทรวงพาณิชย์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ทางกระทรวงกำลังหารือกับผู้ประกอบการและผู้ผลิตอย่างใกล้ชิด เพื่อคิดกลไกร่วมกันในการจัดการราคาสินค้าควบคุม พร้อมทั้งจะมีการจัดทำสินค้าราคาพิเศษในหมวดของใช้จำเป็น เพื่อส่งให้ผู้ค้าปลีกและค่าส่งทั่วประเทศ ซึ่งจะช่วยกระจายสินค้าไปยังพื้นที่ต่างๆ รวมถึงพื้นที่เปราะบางผ่านโครงการธงฟ้า
นอกจากนี้ ยังมีการเร่งเจรจาเพื่อหาแหล่งวัตถุดิบที่จำเป็นเข้ามาเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถผลิตสินค้าได้อย่างต่อเนื่องและไม่ให้ขาดตลาด มาตรการเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและคุ้มครองผู้บริโภค
ข้อความสำคัญสู่สาธารณะ
ทางกระทรวงพาณิชย์ย้ำว่าในขณะนี้ยังไม่มีการปรับขึ้นราคาสินค้า ดังนั้นประชาชนยังไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนกหรือกักตุนสินค้า การสื่อสารที่ชัดเจนจากทั้งภาคเอกชนและภาครัฐนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจและเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงไปในอนาคต
การแจ้งเตือนจากบริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้ารายใหญ่สะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกที่ได้รับอิทธิพลจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ขณะที่ภาครัฐยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อรักษาดุลยภาพระหว่างการคุ้มครองผู้บริโภคและการสนับสนุนผู้ประกอบการ



