ผู้ส่งออกอาหารแปรรูปถกพาณิชย์ หาทางออกส่งออกตะวันออกกลางไม่ได้ ชี้ต้นทุนพลาสติกพุ่ง
ผู้ส่งออกอาหารแปรรูปถกพาณิชย์ หาทางออกส่งออกตะวันออกกลาง

ผู้ส่งออกอาหารแปรรูปหารือพาณิชย์ หาทางออกส่งออกตะวันออกกลางไม่ได้ ชี้ต้นทุนพลาสติกพุ่ง

เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569 นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์อาหารแปรรูปและอาหารแห่งอนาคต เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้เชิญผู้ประกอบการและสมาคมต่างๆ ทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อหารือในประเด็นสถานการณ์น้ำมันและราคาวัตถุดิบที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสถานการณ์การค้าระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นความร่วมมือสำคัญในการรวบรวมปัญหาและข้อเสนอของภาคเอกชน

ประเด็นสำคัญในการหารือ

ในการประชุมครั้งนี้ มีประเด็นหลักที่ถูกหยิบยกขึ้นมาหารืออย่างเร่งด่วน ได้แก่

  • ปัญหาการส่งออกไปตะวันออกกลาง: ผู้ประกอบการเผชิญกับอุปสรรคในการส่งออกสินค้าไปยังภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นตลาดสำคัญ เนื่องจากความขัดแย้งและความไม่แน่นอนทางการเมืองในพื้นที่
  • แนวโน้มราคาเชื้อเพลิงและวัตถุดิบนำเข้าสูงขึ้น: ราคาน้ำมันดิบและแก๊สจากตะวันออกกลางมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดความวิตกกังวลและพฤติกรรมการกักตุนในหมู่ผู้ประกอบการ
  • ราคาปุ๋ยยูเรียที่ปรับตัวสูงขึ้น: แม้ว่าปริมาณปุ๋ยยูเรียจะยังเพียงพอ แต่ราคาที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องสร้างความกดดันต่อต้นทุนการผลิต
  • ความท้าทายจากวัตถุดิบพลาสติก: วัตถุดิบพลาสติกซึ่งมีหลายชนิดและราคาแตกต่างกัน มีสัดส่วนตั้งแต่ 10-50% ของต้นทุนการผลิตสินค้า ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไข โดยที่ผ่านมา ผู้ประกอบการมักสต็อกวัตถุดิบเพื่อจำหน่ายเพียง 15-20 วัน เนื่องจากราคาสูงและไม่เคยเผชิญปัญหาบ่อยนัก

ข้อเสนอเพื่อการแก้ไขปัญหา

เพื่อบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นและอุปสรรคทางการค้า ผู้ประกอบการได้เสนอมาตรการช่วยเหลือจากรัฐบาล ดังนี้

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  1. การผ่อนปรนภาษีนำเข้าชั่วคราว: ขอให้รัฐบาลพิจารณาการเว้นหรือลดภาษีนำเข้าวัตถุดิบสำคัญ ซึ่งมีอัตราภาษีเฉลี่ยอยู่ที่ 3-5% เพื่อส่งเสริมการนำเข้าจากแหล่งใหม่ๆ และลดภาระต้นทุน
  2. การช่วยเหลือค่าใช้จ่ายการเปลี่ยนท่าเรือขนส่งสินค้า: เนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจกระทบต่อเส้นทางการขนส่ง รัฐควรสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการปรับเปลี่ยนท่าเรือเพื่อรักษาการส่งออก
  3. การควบคุมราคาขนส่งทั้งกระบวนการ: ต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มขึ้นในทุกขั้นตอนเป็นอุปสรรคต่อสภาพคล่องการส่งออก รัฐควรร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อควบคุมราคาและเพิ่มประสิทธิภาพ

การประชุมครั้งนี้เป็นการรวบรวมปัญหาและข้อเสนอจากภาคเอกชน เพื่อนำไปประมวลผลร่วมกับประเด็นอื่นๆ และกำหนดแนวทางมาตรการช่วยเหลือในอนาคต กระทรวงพาณิชย์มีแผนทยอยจัดประชุมรับฟังปัญหาเพิ่มเติม โดยในวันที่ 17 มีนาคม จะเป็นการประชุมด้านการค้าภายในประเทศ พร้อมเร่งจัดทำมาตรการรับมือปัญหาต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางไม่เพียงแต่ส่งผลต่อราคาพลังงานในประเทศไทยที่พุ่งสูงขึ้น แต่ยังกระทบต่อการคาดการณ์เศรษฐกิจ โดยมีการปรับลดคาดการณ์ GDP ไทยเหลือ 1.8% ซึ่งสะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการหามาตรการรองรับ