AOT โชว์ผลประกอบการแกร่ง กำไร 4.6 พันล้านบาท หลังการท่องเที่ยวฟื้นตัว
AOT กำไร 4.6 พันล้านบาท การท่องเที่ยวฟื้นตัว

AOT โชว์ฟอร์มแกร่ง ประกาศผลประกอบการงวด 3 เดือนแรก กำไร 4.6 พันล้านบาท

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ได้เผยแพร่ผลประกอบการในงวด 3 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 ซึ่งครอบคลุมช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคม 2568 โดยแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งทางการเงินอย่างชัดเจน หลังจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก

รายได้และกำไรพุ่งสูงขึ้น

นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ AOT เปิดเผยว่า ในช่วงเวลาดังกล่าว บริษัทมีรายได้จากกิจการการบินรวม 8,863.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 58.85 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 0.67 ส่วนรายได้รวมทั้งหมดอยู่ที่ 17,332.42 ล้านบาท และที่สำคัญคือ กำไรสุทธิรวมทั้งสิ้น 4,652.62 ล้านบาท สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงานที่ยอดเยี่ยม

ปริมาณผู้โดยสารและเที่ยวบินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับปริมาณการจราจรทางอากาศ ณ ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งในสังกัด AOT ซึ่งประกอบด้วย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ท่าอากาศยานภูเก็ต และท่าอากาศยานหาดใหญ่ มีจำนวนเที่ยวบินรวม 208,281 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 1.82 โดยแบ่งเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศ 116,594 เที่ยวบิน และเที่ยวบินภายในประเทศ 91,687 เที่ยวบิน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ขณะเดียวกัน มีผู้โดยสารใช้บริการรวมทั้งสิ้น 34.47 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.50 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยแบ่งเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศ 20.92 ล้านคน และผู้โดยสารภายในประเทศ 13.55 ล้านคน การเพิ่มขึ้นนี้ส่งผลให้ระดับการใช้โครงสร้างพื้นฐานปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และสนามบินบางแห่งเริ่มเข้าใกล้ระดับขีดความสามารถสูงสุด

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

แผนขยายศักยภาพสนามบินและปรับโครงสร้างรายได้

เพื่อรองรับการเติบโตในระยะต่อไป AOT กำลังเร่งขยายศักยภาพสนามบินทั้ง 6 แห่ง โดยคาดว่าเมื่อแล้วเสร็จภายในปี 2577 จะทำให้มีขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารรวมประมาณ 214.5 ล้านคนต่อปี สามารถรองรับการเติบโตของผู้โดยสารและเที่ยวบินในระยะยาวได้อย่างมั่นคง

นอกจากนี้ AOT ยังรุกปรับโครงสร้างรายได้เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยผลักดันรายได้จากกิจการการบินผ่านโครงการจูงใจสายการบินให้ทำการบิน ณ ท่าอากาศยานของ AOT เพื่อกระตุ้นการเกิดเส้นทางบินใหม่และเพิ่มความถี่ของเที่ยวบิน รวมทั้งปรับอัตราโครงสร้างค่าบริการผู้โดยสารขาออก (PSC) ให้เหมาะสม โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มใช้ได้กลางปี 2569 ซึ่งคาดว่าจะทำให้ AOT มีความแข็งแกร่งทางการเงินขึ้นอีกกว่าหมื่นล้านบาท

การพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์และโครงการลงทุนใหม่

ในด้านรายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบิน AOT ได้เร่งปรับโครงสร้างโดยพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์รอบสนามบินด้วยการเปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาลงทุนเพื่อต่อยอดรายได้ระยะยาวและลดความผันผวนที่พึ่งพาธุรกิจการบินเพียงด้านเดียว

โครงการที่ได้รับอนุมัติแล้ว ได้แก่ สถานีชาร์จรถโดยสารไฟฟ้า ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มูลค่าการลงทุนกว่า 40 ล้านบาท และในอนาคตอันใกล้จะมีการเปิดประมูลพื้นที่ 17 ไร่ ณ ท่าอากาศยานหาดใหญ่ มูลค่าการลงทุนกว่า 75 ล้านบาท รวมทั้งเปิดให้มีการลงทุนในกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น โรงแรม และโครงการ Mixed-use ซึ่งจะช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดี ทันสมัย ตอบโจทย์ความต้องการของผู้โดยสาร

แนวโน้มการเติบโตในอนาคต

นางสาวปวีณา กล่าวในตอนท้ายว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานอีก 9 เดือนของปีงบประมาณ 2569 ยังคงเติบโตต่อเนื่องตามทิศทางการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและการเพิ่มความถี่เที่ยวบินของสายการบินทั้งในและต่างประเทศที่ทยอยกลับเข้าสู่ระดับปกติ ส่งผลให้รายได้จากทั้งกิจการการบินและกิจการที่ไม่เกี่ยวกับการบินมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นควบคู่กัน

AOT ยืนยันเดินหน้าบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานตามแผนแม่บท เพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารและเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นในระยะยาว พร้อมรักษาสมดุลโครงสร้างรายได้ให้แข็งแกร่งและยั่งยืน โดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน เพื่อสนับสนุนบทบาทของ AOT ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคอย่างมั่นคงและยั่งยืน