แมคโดนัลด์ทำยอดขาย 8,380 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ เติบโต 6% ตั้งเป้าปีนี้โต 10%
แมคโดนัลด์ประเทศไทยประกาศผลประกอบการปี 2568 ที่สร้างสถิติใหม่ด้วยยอดขายรวม 8,380 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ย 6% ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 แม้ต้องเผชิญกับสภาพเศรษฐกิจที่ผันผวนและการแข่งขันในธุรกิจร้านอาหารที่รุนแรง โดยนางสาวกิตติวรรณ อนุเวชสกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แมคไทย จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าหมายการเติบโตในปีนี้ไว้ที่ประมาณ 10% ภายใต้กลยุทธ์ "Racing the Future" ที่มุ่งสร้างความเชื่อมโยงกับผู้บริโภคผ่านแบรนด์ พร้อมยกระดับระบบดิจิทัลและประสบการณ์ลูกค้า
กลยุทธ์ขับเคลื่อนธุรกิจ 3 ด้านหลัก
บริษัทได้วางกลยุทธ์หลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ 3 ด้าน ได้แก่
- การสร้างความผูกพันของแบรนด์กับผู้บริโภค เพื่อเข้าถึงไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในทุกช่วงเวลา
- การยกระดับแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยปรับปรุงแอปพลิเคชัน McDonald’s ให้ใช้งานสะดวกและตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัลมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันมียอดดาวน์โหลดกว่า 6 ล้านราย และเตรียมพัฒนาเป็นระบบ Loyalty Program เต็มรูปแบบให้ลูกค้าสามารถสะสมคะแนนจากการใช้จ่ายในทุกช่องทางเพื่อแลกรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ
- การสร้างคุณค่าให้แบรนด์ ผ่านแนวคิด Value for Money ความคุ้มค่าด้านราคาและคุณภาพ Value for Economy การมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และ Value for Community การสร้างประโยชน์คืนสู่สังคม
แผนขยายสาขาและรีโนเวทร้าน
ในปีนี้ แมคโดนัลด์มีแผนขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยเตรียมเปิดสาขาใหม่ 30 สาขา พร้อมปรับปรุงและรีโนเวทร้านเดิมอีก 25 สาขา เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าให้ทันสมัยมากขึ้น โดยยังคงเน้นการพัฒนาร้านรูปแบบ Stand-alone Drive-thru ที่สามารถให้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวก รวมทั้งพัฒนาแนวคิดการออกแบบร้านรูปแบบใหม่ เพื่อสร้างบรรยากาศและประสบการณ์ที่แตกต่างให้กับลูกค้า
ภาพรวมตลาด QSR และเบอร์เกอร์ในประเทศไทย
นางสาวกิตติวรรณกล่าวเพิ่มเติมว่า ตลาดร้านอาหารบริการด่วน หรือ QSR ในประเทศไทย มีมูลค่ารวมประมาณ 70,000 ล้านบาท โดยเฉพาะตลาดเบอร์เกอร์ มีมูลค่าประมาณ 12,000 ล้านบาท ซึ่งแมคโดนัลด์ยังคงมุ่งรักษาความเป็นผู้นำในตลาด พร้อมเดินหน้าพัฒนาสินค้า บริการ และแคมเปญการตลาดใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง แม้สถานการณ์เศรษฐกิจโลกและความขัดแย้งในบางภูมิภาคจะส่งผลต่อภาคการท่องเที่ยวในบางช่วงเวลา แต่ธุรกิจยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากฐานลูกค้าคนไทยที่แข็งแกร่ง รวมถึงนักท่องเที่ยวจากหลายประเทศที่หมุนเวียนเข้ามาในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
ความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน
บริษัทยังให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยทยอยปรับใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและลดการใช้พลาสติกมากขึ้น รวมถึงวางแผนบริหารต้นทุนร่วมกับพันธมิตรล่วงหน้า เพื่อรับมือกับความผันผวนของราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งในอนาคต สะท้อนถึงความสามารถในการปรับตัวให้ทันต่อพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ท้าทาย



