7 วิธีเช็กทองแท้-ทองปลอมด้วยตัวเอง รับมือยุคทองแพง หลอกลวงระบาดหนัก
ในยุคที่ราคาทองคำพุ่งทะยานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากสภาวะสงครามและปัจจัยทางเศรษฐกิจ "ทองปลอม" และ "ทองยัดไส้" ก็เริ่มระบาดหนักขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน โดยบางรายทำแนบเนียนจนมองด้วยตาเปล่าแทบไม่ออกเลยทีเดียว เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคสามารถป้องกันตัวเองได้ เราจึงรวบรวม 7 เทคนิคการเช็กทองแท้ที่แม่นยำที่สุด ตั้งแต่การสังเกตจุดเล็กๆ น้อยๆ ไปจนถึงวิธีทดสอบที่ไม่ทำให้ทองเสียราคา มาฝากกัน
1. สังเกต "ตราประทับ" และ "ความบริสุทธิ์" ให้ละเอียด
ทองแท้มาตรฐานตามสมาคมค้าทองคำ ซึ่งมีความบริสุทธิ์ 96.5% มักจะมีตราประทับของร้านทองหรือสัญลักษณ์บอกความบริสุทธิ์ไว้ตามจุดต่างๆ เช่น บริเวณข้อต่อ ตะขอ หรือตัวเรือนด้านใน จุดสังเกตสำคัญคือ ตราประทับต้องมีความคมชัด ไม่เบลอ หากไม่มีตราประทับเลย ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าอาจเป็นทองปลอม และควรตรวจสอบเพิ่มเติมด้วยวิธีอื่น
2. เช็ก "น้ำหนัก" ให้แม่นยำตามมาตรฐาน
ทองคำมีน้ำหนักที่เป็นมาตรฐานตายตัว แม้ว่ารูปทรงจะแตกต่างกันแต่น้ำหนักต้องเท่ากันตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยทอง 1 สลึงควรมีน้ำหนักอยู่ระหว่าง 3.79 ถึง 3.81 กรัม ส่วนทอง 1 บาทควรมีน้ำหนักระหว่าง 15.16 ถึง 15.24 กรัม ร้านทองส่วนใหญ่จะใช้เครื่องชั่งทศนิยม 2 ตำแหน่งในการวัด หากน้ำหนักขาดหรือเกินไปมากจากเกณฑ์นี้ ให้ระวังทันทีว่าอาจเป็นทองปลอม
3. ใช้ "แม่เหล็ก" ทดสอบการตอบสนอง
ทองคำแท้เป็นโลหะที่ไม่ตอบสนองต่อแรงดึงดูดของแม่เหล็ก วิธีทดสอบคือลองนำแม่เหล็กกำลังสูงมาใกล้ๆ กับทอง หากทองถูกดูดติดแสดงว่ามีการสอดไส้เหล็กหรือโลหะอื่นๆ ไว้ข้างในแน่นอน วิธีนี้ช่วยตรวจสอบทองยัดไส้ได้ในเบื้องต้น แต่ควรใช้ร่วมกับวิธีอื่นเพื่อความแน่ใจ
4. ดูที่ "รอยต่อ" หรือ "รอยถลอก" อย่างละเอียด
ทองแท้มีความอ่อนตัวสูง เมื่อใช้งานไปนานๆ อาจมีรอยสึกหรอบ้าง แต่จุดสังเกตสำคัญคือให้ดูบริเวณที่มีการเสียดสีบ่อยๆ เช่น ตะขอ หากเห็นสีข้างในเป็นสีเงิน สีแดง หรือสีดำ แสดงว่าเป็นทองชุบหรือทองปลอม เพราะทองแท้ต้องมีสี "เหลืองนอกเหลืองใน" ตลอดทั้งชิ้น
5. ทดสอบด้วย "การโยน" ลงบนพื้นกระจก
ทองคำมีคุณสมบัติความหนาแน่นสูงและมีความนุ่ม วิธีทดสอบคือลองโยนทองลงบนพื้นกระจกในระยะเตี้ยๆ ผลลัพธ์ที่ได้คือ ทองแท้จะมีเสียง "ตึ้บ" แบบทึบๆ ไม่กังวาน ในขณะที่ทองปลอมที่มีส่วนผสมของเหล็กหรือทองแดงจะมีเสียง "แก๊ง" ที่แหลมและกังวานกว่า วิธีนี้ช่วยแยกแยะได้ค่อนข้างดี
6. ทดสอบด้วย "แรงกัด" ตามวิธีโบราณ
วิธีโบราณที่ยังใช้ได้ผลดีเพราะทองแท้มีความอ่อนนุ่ม วิธีทำคือลองกัดทองเบาๆ หากเป็นทองแท้จะปรากฏรอยบุ๋มของฟันชัดเจน แต่ถ้ากัดแล้วแข็งทื่อหรือไม่มีรอยเลย แสดงว่าเป็นโลหะอื่นชุบทอง ควรทำอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้ทองเสียหาย
7. วิธีที่ชัวร์ที่สุดคือ "เผาไฟ" โดยผู้เชี่ยวชาญ
วิธีนี้แนะนำให้ผู้เชี่ยวชาญทำเท่านั้น เพราะต้องใช้ไฟแรงสูง ผลลัพธ์คือ ทองแท้เมื่อโดนความร้อนสูงจนแดงแล้วทิ้งให้เย็นลง สีจะยังคงเป็นสีทองเหลืองอร่ามเหมือนเดิม แต่ถ้าเป็นทองปลอม สีจะเปลี่ยนเป็นดำคล้ำหรือเขียวทันที วิธีนี้แม่นยำแต่เสี่ยงต่อความเสียหายหากทำไม่ถูกต้อง
การเช็กทองแท้ในเบื้องต้นด้วยวิธีเหล่านี้ช่วยให้เราอุ่นใจได้ระดับหนึ่ง แต่ต้องยอมรับว่ากลโกงในปัจจุบันพัฒนาไปไกลถึงขั้น "ทองยัดไส้ผงทังสเตน" ซึ่งแม่เหล็กดูดไม่ติดและน้ำหนักใกล้เคียงมากจนแยกยาก ทางออกที่ปลอดภัยที่สุดคือ "ซื้อ-ขายกับร้านทองที่มีชื่อเสียงและได้รับตราสัญลักษณ์สมาคมค้าทองคำเท่านั้น" เพื่อลดความเสี่ยงและรับประกันคุณภาพ



