พรรคประชาชนเรียกร้องรัฐบาลชี้แจงสถานการณ์น้ำมันสำรองต่ำ พร้อมผลักดัน 5 มาตรการประหยัดพลังงานเร่งด่วน
เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 พรรคประชาชนได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลมีความชัดเจนและจริงใจในการสื่อสารกับประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำมันสำรองของประเทศ ซึ่งปัจจุบันเหลือเพียง 38 วัน ซึ่งต่ำกว่าที่ประชาชนเข้าใจว่าควรมีสำรองประมาณ 60 วัน โดยตัวเลขนี้รวมน้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่งทางทะเลด้วย ไม่ได้หมายความว่ามีน้ำมันทั้งหมดอยู่ในประเทศเพียงพอสำหรับ 60 วันจริงๆ
การเรียกร้องดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากเกิดสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลางระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางพลังงานของไทย โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์ยืนยันว่า สถานการณ์ยังไม่ถึงขั้นวิกฤตแน่นอน และไทยยังมีการสำรองน้ำมันใช้ได้ ไม่ใช่แค่เพียง 60 วัน พร้อมระบุว่าประเทศไม่ได้พึ่งพาแหล่งน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางเท่านั้น แต่ยังมีภูมิภาคอื่นๆ อีก
อย่างไรก็ตาม กระทรวงพลังงานได้เปิดเผยเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 ว่า ไทยมีน้ำมันสำรองอยู่ในประเทศเพียง 38 วัน ซึ่งถือว่าต่ำกว่าระยะเวลาที่คาดการณ์ไว้ ทำให้พรรคประชาชนเห็นว่า รัฐบาลควรสื่อสารข้อเท็จจริงนี้กับประชาชนอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้ทุกคนเตรียมพร้อมรับมือกับวิกฤตพลังงานที่อาจเกิดขึ้นได้
5 ข้อเสนอเร่งด่วนจากพรรคประชาชนเพื่อรับมือวิกฤตพลังงาน
พรรคประชาชนได้เสนอ 5 มาตรการสำคัญที่สามารถดำเนินการได้ทันทีเพื่อรับมือกับสถานการณ์ความขัดแย้งและความเสี่ยงด้านพลังงาน ดังนี้
- รณรงค์ให้ประชาชนประหยัดพลังงาน: เนื่องจากมีความเสี่ยงที่น้ำมันอาจขาดแคลน ประชาชนควรเริ่มใช้พลังงานทั้งน้ำมันและไฟฟ้าอย่างประหยัดตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับภาวะวิกฤตในอนาคต
- รัฐบาลต้องเป็นแบบอย่างในการประหยัดพลังงาน: หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจควรเริ่มประหยัดการใช้พลังงานทั้งไฟฟ้าและน้ำมันทันที โดยส่งเสริมการทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) เท่าที่ทำได้ เพื่อลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงและไฟฟ้า เช่น ลดการใช้ไฟฟ้าหลังเวลา 17.00 น. และปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศในที่ทำงานภาครัฐเป็น 26-27°C ทั่วประเทศ
- เปิดเผยแผนความมั่นคงทางพลังงานและบริหารราคาอย่างโปร่งใส: รัฐบาลและปตท. ต้องแสดงความชัดเจนเกี่ยวกับการนำเข้า LNG จากแหล่งอื่น เช่น ออสเตรเลียหรือสหรัฐฯ เพื่อทดแทนส่วนที่หายไปจากกาตาร์ รวมทั้งเปิดเผยสถานะกองทุนน้ำมันและงบประมาณอุดหนุนค่าไฟ เพื่อให้ประชาชนทราบว่าสามารถอุดหนุนราคาได้นานแค่ไหนในภาวะวิกฤต
- ปฏิรูปการรับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ภาคประชาชน: รัฐบาลควรขยายการรับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ให้มากขึ้น และเปลี่ยนระบบเป็น Net Metering ที่หักลบหน่วยไฟฟ้าแบบ 1:1 พร้อมใช้ระบบแจ้งเพื่อทราบออนไลน์แทนการขออนุญาตที่ซับซ้อน เพื่อลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติและพลังงานจากต่างประเทศในระยะยาว
- เจรจากับบริษัทผู้ผลิตไฟฟ้าเพื่อลดค่าพร้อมจ่าย: เพื่อช่วยตรึงราคาพลังงานไฟฟ้าและลดผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนในระยะเร่งด่วน
มาตรการเหล่านี้มุ่งหวังให้รัฐบาลดำเนินการอย่างรวดเร็ว เพื่อสร้างความมั่นใจและเตรียมความพร้อมให้กับประชาชนในการเผชิญกับวิกฤตพลังงานที่อาจเกิดขึ้นจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง



