จิตวิญญาณนักสู้ 'ก้องปพัฒน์' ฟันฝ่าหนี้ 22 ล้าน สู่เจ้าพ่อขนมไทย 'แม่ซู่กี๊' ใน 7-11
ก้องปพัฒน์ ฟันฝ่าหนี้ 22 ล้าน สู่เจ้าพ่อขนมไทยใน 7-11

จากหนี้ 22 ล้าน สู่เจ้าพ่อขนมไทยใน 7-11: เส้นทางพลิกชีวิตของ 'ก้องปพัฒน์'

กว่าจะก้าวมายืนหยัดได้ในวันนี้ ก้องปพัฒน์ เรืองจินดาชัยกิจ ทายาทโรงงานน้ำตาลจากจังหวัดกาญจนบุรี เจ้าของแบรนด์ "แม่ซู่กี๊ ขนมไทย" และผู้ผลิตขนมหวานภายใต้แบรนด์ "EZY SWEET" ต้องผ่านบททดสอบชีวิตที่หนักหน่วง เขาเคยเป็นหนี้สูงถึง 22 ล้านบาท ถูกธนาคารฟ้องร้อง และต้องท่องประโยค "ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย" อย่างทรหด

จุดเริ่มต้นจากความล้มเหลว: ธุรกิจไอศกรีมเกล็ดหิมะ

การลงทุนครั้งแรกในธุรกิจไอศกรีมเกล็ดหิมะใช้เวลาถึง 4 ปี กว่าจะรู้ตัวว่าต้องหยุดเพื่อไม่ให้ความเสียหายลุกลาม "บทเรียนครั้งแรกสอนว่า แม้สินค้าจะดีแค่ไหน ถ้าบริหารไม่เป็น ก็ยากที่จะประสบความสำเร็จ" คุณก้องเผย พร้อมมองย้อนไปถึงจุดบอดมากมาย ตั้งแต่การบริหารงาน การจัดการสต๊อกสินค้า โลจิสติกส์ ไปจนถึงการขายหน้าร้าน ซึ่งตอนนั้นเขามีถึง 25 สาขา ครอบคลุมจังหวัดกาญจนบุรี นครปฐม ราชบุรี เพชรบุรี และกรุงเทพมหานคร

"สิ่งที่ตกผลึกเป็นผมในวันนี้ คือการเข้าใจตัวเอง ประเมินจุดอ่อน–จุดแข็งให้ดี อดทน และระหว่างที่อดทน อย่าอยู่นิ่ง" เขากล่าวเสริม

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การพลิกฟื้น: จากไอศกรีมสู่ขนมไทยใน 7-11

เริ่มต้นใหม่พร้อมหนี้ 22 ล้านติดตัว คุณก้องยังคงเชื่อมั่นในสินค้าของตัวเอง จึงตระเวนขายไอศกรีมเกล็ดหิมะภายใต้แบรนด์ "สโนว์" ต่อไป โดยเปลี่ยนโมเดลเป็นการฝากวางจำหน่ายในร้าน Jiffy (ปั๊ม Jet ขณะนั้น) และออกงานโอทอป รวมทั้งตั้งเป้าขายในร้าน 7-11 "ผมเพิ่งล้มเหลวจากการเปิดหน้าร้านเอง การได้เข้าร้าน 7-11 ซึ่งตอนนั้นช่วงปี 2554 มีประมาณ 4,700 สาขา คือการได้ทำงานกับมืออาชีพ อยากเรียนรู้จากเขา อยากปลดหนี้ให้สำเร็จ"

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

เขาต้องเทียวไล้เทียวขื่อหอบไอศกรีมเกล็ดหิมะไปให้ทีมจัดซื้อของ 7-11 ชิมอยู่หลายรอบ โดยไม่มีเสียงตอบรับ จนวันหนึ่งตัดสินใจยื่นคำขาด "ผมรออยู่ใต้ตึกซีพีทาวเวอร์หลายครั้ง จนตัดสินใจโทร.ขึ้นไปหาทีมครั้งสุดท้าย ขอคำตอบ ถ้าไม่สนใจ จะไม่มาอีก เพราะมาไกลจากเมืองกาญจน์" ปรากฏว่า 5 นาทีจากนั้น ทีมงานลงมาพบ และแนะนำให้ทำขนมอื่นมาเสนอขายแทน

"ตอนนั้นร้าน 7-11 กำลังอยากสนับสนุนขนมไทย อยากขายขนมกะทิ เขาบอกลองทำกล้วยบวชชีดูไหม แม้ไม่เคยทำ แต่อยากเข้าร้าน 7-11 ผมจึงตอบรับ" คุณก้องเล่า โดยใช้เวลาเกือบ 2 ปี ตั้งแต่ทีม 7-11 เข้ามาดูโรงงานผลิตไอศกรีมเดิม ซึ่งพวกเขาตกใจและบอกตรงๆ ว่าไม่น่าจะทำได้ แต่เขายืนยันจะพยายาม ยืมเงินพ่อมาลงทุนใหม่ และในที่สุดก็วางขายกล้วยบวชชีได้สำเร็จราวปลายปี 2555

การเติบโต: จากเต้าส่วนสู่ยอดขาย 400 ล้านบาท

หลังจากนั้น เขาเผชิญปัญหายอดขายตกเนื่องจากรสชาติไม่เสถียร จึงเปิดตัวสินค้าใหม่ เช่น "ลูกตาลลอยแก้ว" และ "เฉาก๊วยทรงเครื่อง" จนมาถึง "เต้าส่วน" ซึ่งกลายเป็นสินค้าไฮไลต์ที่ขายดีต่อเนื่องมาเกิน 10 ปี "เต้าส่วน" นี่เองที่ทำให้ยอดขายของบริษัท เจ เอช แอนด์ สโนว์ กรุ๊ป จำกัด (JH & Snow Group) เจ้าของแบรนด์แม่ซู่กี๊ ทำยอดขายทะลุ 100 ล้านบาทครั้งแรก และเติบโตจนต้องขยายโรงงานในปี 2560 ด้วยเงินลงทุน 80 ล้านบาท

โรงงานใหม่ขนาด 10 ไร่ทำให้เขาดันยอดขายทะลุ 200 ล้านบาทได้ไม่ยาก พร้อมเปิดตัวเมนูขนมไทยกะทิหลากหลาย เช่น ข้าวเหนียวถั่วดำ ข้าวเหนียวเปียกลำไย และลูกเดือยน้ำกะทิ ซึ่งขายดีหมดเพราะเรียนรู้แล้วว่ารสชาติต้องเสถียร

เบื้องหลังความสำเร็จ: คุณลินดา ภรรยาชาวไต้หวัน

คุณลินดา ภรรยาชาวไต้หวันซึ่งพบกันระหว่างที่คุณก้องไปเรียนภาษาที่แคนาดา เป็นผู้ริเริ่มทำไอศกรีมเกล็ดหิมะหรือบิงซูในโลกยุคใหม่ และอยู่เบื้องหลังการผลิตทั้งหมด เธอเผยว่า บริษัทมีพนักงาน 500 คน ส่วนใหญ่ประจำโรงงาน เพราะหลายขั้นตอนใช้เครื่องจักรผลิตไม่ได้ "เราคั้นน้ำกะทิเอง สดใหม่ทุกวัน เทสต์รสชาติทุกขั้นตอน ถ้าไม่ได้รสเดิม ต้องไม่ใช้วัตถุดิบนั้น สินค้าที่ผ่านมือเรา ต้องอร่อยทุกตัว"

เคล็ดลับคือการพัฒนาขนมบ้านสู่ขนมอุตสาหกรรมได้แบบอร่อยตั้งแต่วันแรกที่วางในร้าน จนถึงวันสุดท้ายที่อายุของขนมจะหมด "ทุกสิ่งที่พูดมา ทำยากมาก ไม่มีขั้นตอนไหนเลยที่ง่าย" เธอกล่าวเสริม

ผลลัพธ์ในวันนี้: หนี้หมดและยอดขายพุ่ง

ณ สิ้นปี 2568 บริษัทปิดยอดขายได้ 416 ล้านบาท กำไร 20 ล้านบาท แม้จะลดลงจากปีก่อนหน้าเพราะราคาวัตถุดิบแพงขึ้น แต่ละวันทำขนมป้อนร้าน 7-11 วันละ 70,000 ชิ้น จากกำลังการผลิตวันละ 120,000 ชิ้น และเปลี่ยนโมเดลมาเป็นรับจ้างผลิต (OEM) ให้แบรนด์ EZY SWEET ของร้าน 7-11

วันนี้คุณก้องใช้หนี้หมดเรียบร้อย แถมนำไอศกรีมเกล็ดหิมะเข้าร้าน 7-11 ได้สักที จากที่เคยเอามาเสนอเมื่อ 15 ปีก่อน ขณะนี้มีขนมวางจำหน่ายในร้าน 7-11 ทั้งสิ้น 13 ชนิด ครอบคลุมกล้วยปิ้ง กล้วยปิ้งน้ำตาลมะพร้าว เปียกปูนดอกไม้ กล้วยไข่เชื่อมน้ำกะทิ และมันทิพย์ปิ้ง ซึ่งทำยอดขายวันละ 20,000 ชิ้น หลังเปิดตัวได้แค่ 2 เดือน

ความฝันต่อไป: ยกระดับขนมไทยสู่ระดับโลก

ความฝันของคุณก้องและคุณลินดาในวันนี้ ก้าวข้ามคำว่า "ยอดขาย" แต่คือเป้าหมายอยากทำขนมให้สดกว่าขนมที่ขายวันต่อวันให้ได้ โดยยึดความสะอาดเป็นจุดแข็งสำคัญ รวมทั้งอยากยกระดับขนมไทย ให้เป็นที่นิยมและคนยอมจ่ายแพง แบบเดียวกับที่ซูชิจากญี่ปุ่นทำได้