ธุรกิจใหม่ 2 เดือนแรกปี 69 ลดลง 4.60% รอความชัดเจนจัดตั้งรัฐบาล
ธุรกิจใหม่ 2 เดือนแรกปี 69 ลดลง 4.60%

ธุรกิจใหม่ 2 เดือนแรกปี 2569 ลดลง 4.60% รอความชัดเจนจัดตั้งรัฐบาล

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยสถิติการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 พบว่ามีธุรกิจจัดตั้งใหม่ 7,219 ราย ลดลง 310 ราย หรือ 4.12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยทุนจดทะเบียนอยู่ที่ 14,701 ล้านบาท ลดลง 1,634 ล้านบาท หรือ 10% สำหรับช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 มีธุรกิจจัดตั้งใหม่ 15,637 ราย ลดลง 754 ราย หรือ 4.60% และทุนจดทะเบียนสะสมอยู่ที่ 39,077 ล้านบาท ลดลง 2,208 ล้านบาท หรือ 5.35%

ปัจจัยทางการเมืองส่งผลต่อการชะลอลงทุน

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุว่าความไม่ชัดเจนทางการเมืองในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ภาคเอกชนบางส่วนชะลอการลงทุน เพื่อรอดูทิศทางนโยบายเศรษฐกิจและมาตรการกระตุ้นจากภาครัฐ อย่างไรก็ตาม ยังมีธุรกิจบางประเภทที่เติบโตอย่างน่าสนใจในช่วงนี้

ธุรกิจที่เติบโตในภาวะชะลอตัว

ธุรกิจที่มีการขยายตัวในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 ได้แก่:

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • ธุรกิจบริการอื่นๆ เพื่อสนับสนุนธุรกิจ: มีจำนวน 270 ราย เพิ่มขึ้น 188 ราย หรือ 229.27% ทุนจดทะเบียน 169.61 ล้านบาท
  • ธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร: มีจำนวน 754 ราย เพิ่มขึ้น 79 ราย หรือ 11.70% ทุนจดทะเบียน 1,247.99 ล้านบาท
  • ธุรกิจขายปลีกเครื่องสำอาง: มีจำนวน 201 ราย เพิ่มขึ้น 75 ราย หรือ 59.52% ทุนจดทะเบียน 245.20 ล้านบาท

การลงทุนจากต่างชาติเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ในด้านการลงทุนจากต่างชาติ เดือนกุมภาพันธ์ 2569 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย 130 ราย เงินลงทุนรวม 30,650 ล้านบาท สำหรับช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 มีการอนุญาต 243 ราย เพิ่มขึ้น 62 ราย หรือ 34% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 โดยมีเงินลงทุนรวม 64,429 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29,152 ล้านบาท หรือ 83%

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ประเทศผู้นำการลงทุนในไทย

ประเทศที่เข้ามาลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรกในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 ได้แก่:

  1. สหรัฐอเมริกา: 48 ราย คิดเป็น 20% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 1,265 ล้านบาท
  2. จีน: 42 ราย คิดเป็น 17% เงินลงทุน 11,796 ล้านบาท
  3. ญี่ปุ่น: 41 ราย คิดเป็น 17% เงินลงทุน 18,886 ล้านบาท
  4. สิงคโปร์: 27 ราย คิดเป็น 11% เงินลงทุน 17,218 ล้านบาท
  5. ฮ่องกง: 20 ราย คิดเป็น 8% เงินลงทุน 5,338 ล้านบาท

ประเทศอื่นๆ มี 65 ราย คิดเป็น 27% เงินลงทุน 9,926 ล้านบาท สถิติเหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงความผันผวนในภาคธุรกิจภายในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยทางการเมือง ขณะที่การลงทุนจากต่างชาติยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง