ตำรวจไซเบอร์ขยายผลร้านขายอุปกรณ์ปืนเถื่อนในแอปฯ ออนไลน์ จับกุม 2 ผู้ต้องหา
เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2569 พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผู้บัญชาการสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ (ผบช. สอท.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.นราเดช ทิพย์รักษ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ช่วยราชการ บช.สอท. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน 1 (ผบก.สอท.1) และ พ.ต.อ.วีร์กวิน เสริมศรีธนชัย ผู้กำกับการ 3 บก.สอท.1 นำกำลังตำรวจพร้อมหมายค้นจากศาลอาญามีนบุรี ออกปฏิบัติการตรวจค้นเป้าหมายเกี่ยวกับแหล่งเก็บและสะสมอาวุธปืนเถื่อนพร้อมกัน 5 จุด ในพื้นที่เขตคลองสามวาและเขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร
ผลการตรวจค้นพบการกระทำผิด 2 จุด พร้อมจับกุมผู้ต้องหา
จากการปฏิบัติการตรวจค้นในครั้งนี้ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย พร้อมของกลางอาวุธปืนและอุปกรณ์ส่วนควบจำนวนมาก โดยจุดแรกเป็นบ้านพักในซอยหทัยราษฎร์ แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ ซึ่งตำรวจเข้าจับกุม นายอาทิตย์ ปิยะภัทรกุล อายุ 48 ปี พร้อมของกลางประกอบด้วย:
- อาวุธปืนยาวแบบไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก
- ท่อลดเสียง (silencer) 2 อัน
- อาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม. 1 กระบอก พร้อมกระสุน 6 นัด และแม็กกาซีน 2 อัน
ส่วนจุดที่สองเป็นบ้านพักในพื้นที่หมู่ 6 แขวงคู้ฝั่งเหนือ เขตหนองจอก กรุงเทพฯ ตำรวจสามารถจับกุม นายนวพล สวาดแก้ว อายุ 28 ปี พร้อมของกลาง ได้แก่:
- อาวุธปืนยาวอัดลม 1 กระบอก
- ปืนบีบีกัน 1 กระบอก
- กล้องส่องทางไกลติดปืน (Telescopic Sight) 1 อัน
- กระสุนลูกตะกั่ว 15 ลูก
สืบสวนจากร้านค้าออนไลน์ชื่อดัง ขยายผลจับกุมผู้เกี่ยวข้อง
การเปิดปฏิบัติการตรวจค้นในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากตำรวจชุดสืบสวน กก.3 บก.สอท.1 ได้ตรวจพบการลักลอบจำหน่ายอุปกรณ์ส่วนควบอาวุธปืนผิดกฎหมายผ่านแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าออนไลน์ชื่อดัง โดยใช้ชื่อบัญชีร้านค้าว่า "goodluckairrow" ตำรวจจึงได้สืบสวนติดตามหาตัวคนร้ายอย่างต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ขายอุปกรณ์ท่อเก็บเสียง (SILENCER) ได้ในพื้นที่อำเภอแม่วงก์ จังหวัดนครสวรรค์แล้ว
จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า มีการขายอุปกรณ์ดังกล่าวออกไปแล้วกว่า หนึ่งพันชิ้น ตำรวจจึงได้ขยายผลสืบสวนหาผู้ที่เกี่ยวข้องในการกระทำผิด รวบรวมพยานหลักฐาน และขออนุมัติศาลออกหมายค้น จนสามารถจับกุมผู้กระทำผิดทั้งสองรายได้ในที่สุด
ดำเนินคดีตามกฎหมายอาวุธปืนและยุทธภัณฑ์
ตำรวจได้ดำเนินคดีกับนายอาทิตย์ในความผิดฐาน "มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน" และ "สั่งเข้ามา นำเข้า ผลิต หรือมีซึ่งยุทธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากปลัดกระทรวงกลาโหม" ตามมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ. 2530
ส่วนนายนวพล ถูกดำเนินคดีในความผิดฐาน "มีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต" และ "ครอบครองยุทธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากปลัดกระทรวงกลาโหม" ตามมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ. 2530 เช่นเดียวกัน ก่อนควบคุมตัวไว้เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
การปฏิบัติการในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของตำรวจไซเบอร์ในการปราบปรามอาชญากรรมทางออนไลน์ โดยเฉพาะการลักลอบจำหน่ายอาวุธปืนและอุปกรณ์เถื่อน ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อความปลอดภัยสาธารณะอย่างร้ายแรง



