สุกี้ตี๋น้อยรุกตลาดหนัก! เปิดโมเดล 'ตี๋น้อย Plus+' 299 บาท ตั้งเป้ารายได้แตะ 13,000 ล้านบาทในปี 2569
ในตลาดสุกี้บุฟเฟ่ต์ที่การแข่งขันรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ สุกี้ตี๋น้อย กำลังเดินเกมรุกหนักด้วยกลยุทธ์ใหม่เพื่อขยายฐานลูกค้าและเพิ่มรายได้ โดยตั้งเป้าหมายรายได้ในปี 2569 แตะ 13,000 ล้านบาท พร้อมขยายสาขาใหม่กว่า 60 แห่ง ทั่วประเทศ กลยุทธ์หลักคือการเปิดตัวโมเดล "ตี๋น้อย Plus+" ในราคา 299 บาท ซึ่งเพิ่มเมนูพรีเมียมและประสบการณ์พิเศษ เพื่อดันรายได้ต่อหัวโดยไม่กระทบฐานลูกค้าเดิมที่ราคา 219 บาท
กลยุทธ์รุกตลาดและโมเดลธุรกิจใหม่
นางสาวนัทธมน พิศาลกิจวนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี เอ็น เอ็น เรสเตอรองท์ กรุ๊ป จำกัด ผู้ก่อตั้งสุกี้ตี๋น้อย เปิดเผยว่า บริษัทกำลังเร่งขยายฐานลูกค้าท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือด โดยยอมลดกำไรระยะสั้นเพื่อลงทุนในกลยุทธ์เชิงรุก โมเดล "ตี๋น้อย Plus+" ที่ราคา 299 บาท จะเน้นเมนูพรีเมียม เช่น ซูชิวากิวภูเขาไฟ และของทานเล่นระดับสูงแบบจำกัดจำนวน รวมถึงให้ลูกค้าเลือกน้ำซุปพรีเมียมได้โดยไม่คิดค่าเพิ่ม 49 บาท พร้อมบาร์น้ำจิ้มหมาล่าและไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟเสริมท็อปปิ้ง สาขาแรกของโมเดลนี้จะเปิดที่จังหวัดชัยนาท เพื่อทดสอบตลาดก่อนขยายต่อไป
ควบคู่กัน บริษัทยังใช้โปรโมชันเชิงรุกเพื่อเปลี่ยนลูกค้าขาจรให้กลายเป็นสมาชิก "TN Family" ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกแตะ 3 ล้านราย ภายในเวลาเพียง 6 เดือน และมีผู้ใช้งานจริงเฉลี่ย 40,000 คนต่อวัน โดยรวมแล้ว มีลูกค้าเข้าใช้บริการวันละ 1 แสนคน และลูกค้ารวมเพิ่มเป็น 36 ล้านคนต่อปี ขยายตัว 34% จากปีก่อน
การจัดการต้นทุนและแผนขยายธุรกิจ
เพื่อรับมือกับความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ บริษัทใช้วิธีล็อคราคาวัตถุดิบล่วงหน้า 6–9 เดือน ซึ่งช่วยลดผลกระทบจากปัจจัยภายนอก เช่น สถานการณ์ตะวันออกกลางที่ส่งผลน้อยมากในระยะสั้น เมื่อเทียบกับช่วงหลังโควิดที่ราคาหมูเคยพุ่งสูง นางสาวนัทธมนยืนยันว่าจะตรึงราคาขายไว้ 3–5 ปี เว้นแต่เกิดวิกฤตรุนแรง นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้าในภาคอีสาน 1 แห่ง เพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์สำหรับ 20 สาขาในภูมิภาคนั้น
สำหรับแผนธุรกิจปี 2569 บริษัทตั้งเป้ารายได้ 13,000 ล้านบาท ซึ่งเติบโต 42% จากปีก่อน โดยใช้งบประมาณ 1,200-1,500 ล้านบาท ในการขยายสาขาใหม่กว่า 60 แห่ง ครอบคลุมแบรนด์ต่างๆ เช่น สุกี้ตี๋น้อย ตี๋น้อย พลัส ตี๋น้อยบาร์บีคิว ตี๋น้อยโกลด์ และแบรนด์ใหม่ที่จะเปิดตัวเร็วๆ นี้ จากปัจจุบันที่มีสาขาใน 35 จังหวัด บริษัทมีแผนขยายเพิ่มอีก 22 จังหวัด โดยเน้นตลาดต่างจังหวัด คาดว่าสิ้นปีจะมีสาขารวม 133 แห่ง ครอบคลุม 57 จังหวัดทั่วประเทศ
ผลประกอบการและแนวโน้มตลาด
ในปีที่ผ่านมา บริษัทเลือกตรึงราคาและใช้งบการตลาดเชิงรุก เพื่อรักษาฐานลูกค้าในช่วงที่กำลังซื้อยังเปราะบาง ส่งผลให้กำไรสุทธิปี 2568 ลดลงเหลือ 864 ล้านบาท จาก 1,169 ล้านบาท หรือลดลง 26% ปัจจัยหลักมาจากการใช้งบประมาณกว่า 388 ล้านบาทในไตรมาส 4 สำหรับแคมเปญต่างๆ เช่น การเติมเครื่องดื่มรีฟีลฟรีและการเพิ่มเมนูโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
ภาพรวมตลาดสุกี้ในไทยยังเติบโตต่อเนื่องอีก 3-5 ปีข้างหน้า โดยปีที่ผ่านมาตลาดสุกี้รวมมีมูลค่าประมาณ 31,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% จากปีก่อน เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่มองสุกี้เป็นอาหารประจำวันมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การแข่งขันยังรุนแรงทั้งจากผู้เล่นรายเดิมและแบรนด์ใหม่ที่เข้ามาแข่งขันด้านราคาและโปรโมชัน ทำให้ผู้ประกอบการต้องเร่งสร้างความแตกต่างและรักษาฐานลูกค้าให้แข็งแกร่ง



