หาดทิพย์เผชิญต้นทุนพุ่งกดดันกำไรเสี่ยงหาย 100 ล้านบาท เลือกชะลอขึ้นราคาในระยะสั้น
พลตรีพัชร รัตตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มในเครือโคคา-โคล่าในภาคใต้ เปิดเผยว่า ธุรกิจกำลังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนพลังงาน เม็ดพลาสติก และบรรจุภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยในกรณีเลวร้ายอาจกระทบกำไรถึง 100 ล้านบาท แม้ต้นทุนเพิ่มขึ้น บริษัทจะยังไม่ปรับราคาสินค้าในระยะสั้น แต่เลือกบริหารต้นทุนภายในและปรับโครงสร้างสินค้าเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน ท่ามกลางกำลังซื้อที่ยังอ่อนตัว
ผลประกอบการปี 2568 และเป้าหมายปี 2569
สำหรับผลประกอบการปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 8,258.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.6% ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 568 ล้านบาท ลดลง 5.6% จากปีก่อน เนื่องจากแรงกดดันต้นทุนและสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่หาดใหญ่ช่วงปลายปี ในปี 2569 บริษัทตั้งเป้ารายได้ 8,500 ล้านบาท เติบโต 2–3% ซึ่งสะท้อนภาพรวมตลาดเครื่องดื่มที่ยังฟื้นตัวจำกัด
กลยุทธ์ปรับพอร์ตสินค้าเน้นความคุ้มค่า
ด้านกลยุทธ์ บริษัทปรับพอร์ตสินค้าไปสู่กลุ่ม "ความคุ้มค่า" มากขึ้น โดยมีมาตรการหลักดังนี้:
- เพิ่มสัดส่วนสินค้าขนาดบรรจุใหญ่กว่า 500 มิลลิลิตร
- พัฒนาแพ็กเกจราคาจับต้องได้ รวมถึงสินค้าราคา 10 บาท เพื่อรักษาปริมาณยอดขายในภาวะกำลังซื้อเปราะบาง
- เพิ่มสัดส่วนการใช้ขวดแก้วหมุนเวียนจาก 3% เป็น 10% ภายในปีนี้ เพื่อลดการพึ่งพาพลาสติกและควบคุมต้นทุนระยะยาว
การเพิ่มการใช้พลังงานสะอาดและความท้าทายด้านราคา
นอกจากนี้ บริษัททยอยเพิ่มการใช้พลังงานสะอาด ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 20% พร้อมเริ่มนำรถขนส่งพลังงานทางเลือกมาใช้ เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของต้นทุนพลังงาน หากสถานการณ์ต้นทุนยังอยู่ในระดับสูง อาจต้องพิจารณาปรับราคาสินค้าในอนาคต อย่างไรก็ตาม สินค้าดังกล่าวอยู่ในบัญชีที่ต้องติดตามของกระทรวงพาณิชย์ การปรับราคาจึงต้องหารือกับภาครัฐ
โอกาสการเติบโตจากตลาดเครื่องดื่มสุขภาพ
สำหรับภาพรวมตลาด บริษัทมีส่วนแบ่งตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ในภาคใต้ 23.2% และครองตลาดน้ำอัดลม 78.2% โดยการเติบโตระยะถัดไปมาจากเครื่องดื่มที่ไม่ใช่น้ำอัดลม รวมถึงกลุ่มไม่มีน้ำตาล ซึ่งมีสัดส่วน 5% และเติบโต 30% บริษัทยังเร่งขยายช่องทางจำหน่ายผ่านร้านค้าดั้งเดิมและร้านสะดวกซื้อ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงผู้บริโภคและผลักดันยอดขายในภาวะตลาดผันผวน



