YLG ชี้ราคาทองปรับฐานชั่วคราวหลังนักลงทุนตื่นตระหนก ถือเงินสดระยะสั้น มั่นใจเป้าหมายปีนี้ 5,596 ดอลลาร์
YLG ชี้ทองปรับฐานชั่วคราว มั่นใจเป้าหมายปีนี้ 5,596 ดอลลาร์

YLG ชี้ทองปรับฐานชั่วคราวหลังนักลงทุนตื่นตระหนก ถือเงินสดระยะสั้น มั่นใจเป้าหมายปีนี้ 5,596 ดอลลาร์

วันนี้ (6 มีนาคม 2569) นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) เปิดเผยว่า การที่ราคาทองคำปรับตัวลดลงในช่วงนี้เป็นเพียงการพักตัวในระยะกลางหรือการปรับฐานเท่านั้น หลังจากที่ก่อนหน้านี้ราคาทองคำได้ทะยานขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ล่าสุดที่ 5,596 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ 83,750 บาทต่อบาททองคำ

ปัจจัยกดดันระยะสั้นจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์

แม้ว่าข่าวความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านจะส่งผลให้ราคาทองคำพุ่งขึ้นได้ชั่วคราว แต่ก็ยังไม่สามารถทะลุระดับต้านสำคัญที่เคยทำไว้ได้ โดยขึ้นไปแตะสูงสุดเพียง 5,417 ดอลลาร์ต่อออนซ์เท่านั้น จากนั้นราคาก็เข้าสู่ช่วงปรับฐานต่อเนื่อง สาเหตุหลักมาจากภาวะที่คล้ายกับกับดักดอลลาร์แข็ง เนื่องจากกระแสเงินทุนในช่วงที่เกิดความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์กำลังไหลเข้าสู่สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐมากกว่าทองคำ

นักลงทุนจำนวนมากเลือกขายสินทรัพย์ต่าง ๆ แล้วหันไปถือเงินสดหรือพันธบัตรสหรัฐอเมริกาเพื่อความปลอดภัยในระยะสั้น ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นและกดดันราคาทองคำ อย่างไรก็ตาม YLG มองว่าปัจจัยนี้จะเป็นแรงกดดันในระยะสั้นมากกว่าจะเป็นกับดักในระยะยาว คล้ายกับในช่วงวิกฤตใหญ่หลายครั้งในอดีต เช่น วิกฤตการเงินหรือสงคราม ตลาดมักเห็นสินทรัพย์ส่วนใหญ่รวมถึงทองคำถูกขายลงพร้อมกัน เพราะนักลงทุนต้องการสภาพคล่องก่อน แต่หลังจากความตื่นตระหนกในช่วงแรกผ่านไป ตลาดมักเริ่มแยกแยะสินทรัพย์ที่ควรถือในระยะยาว และทองคำมักกลับมาได้รับแรงซื้อในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงอีกครั้ง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ปัจจัยหลักที่กำหนดทิศทางราคาทองคำในอนาคต

ระยะเวลาที่ราคาทองคำจะถูกกดดันได้นานแค่ไหนขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ทิศทางค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ แนวโน้มอัตราผลตอบแทนพันธบัตร และการคาดการณ์นโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟด หากราคาพลังงานยังคงอยู่ในระดับสูงและทำให้ตลาดเชื่อว่าเฟดจะชะลอการลดดอกเบี้ย ดอลลาร์สหรัฐและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรมีแนวโน้มปรับขึ้นต่อไป อาจกดดันราคาทองคำได้ในช่วงหนึ่ง

แต่หากความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น หรือความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยกระดับต่อจนกระทบต่อเสถียรภาพของตลาดเงิน ทองคำมักจะกลับมาได้รับแรงซื้ออย่างรวดเร็วและสามารถพลิกกลับมาเป็นขาขึ้นได้ แม้ดอลลาร์สหรัฐจะยังแข็งค่าอยู่ก็ตาม

การคาดการณ์รูปแบบการปรับฐานของราคาทองคำ

YLG ได้คาดการณ์การปรับฐานของราคาทองคำในระยะกลางออกมาเป็น 3 รูปแบบหลัก ดังนี้

  • รูปแบบที่ 1: หากราคาทองคำสามารถยืนเหนือระดับ 4,840-4,655 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือ 72,400-69,600 บาทต่อบาททองคำได้ การพักตัวอาจเป็นรูปแบบที่ไม่ลึก โดยอาจแกว่งตัวออกข้างในรูปแบบ Triangle ซึ่งมีแนวโน้มมากกว่าที่จะเป็นการปรับฐานไม่ลึก แต่จะกินเวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน
  • รูปแบบที่ 2: ในกรณีที่ราคาหลุดระดับ 4,655 ดอลลาร์ต่อออนซ์ การปรับฐานจะลึกขึ้น โดยมีเป้าหมายการปรับตัวลงที่ 4,402-4,210 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ 65,850-62,950 บาทต่อบาททองคำ
  • รูปแบบที่ 3: หากราคาฟื้นตัวอย่างรวดเร็วและทะลุระดับ 5,417 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ 81,050 บาทต่อบาททองคำ เพื่อทดสอบจุดสูงสุดเดิมที่ 5,596 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ 83,750 บาทต่อบาททองคำ

สำหรับเป้าหมายราคาทองคำในปีนี้ YLG ยังคงยืนยันไม่เปลี่ยนแปลง โดยประเมินไว้ที่ 5,596 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือ 83,750 บาทต่อบาททองคำ ซึ่งเป็นระดับนิวไฮเดิม

คำแนะนำสำหรับนักลงทุนระยะยาวและระยะสั้น

ความผันผวนของราคาทองคำในช่วงนี้ส่วนหนึ่งเกิดจากแรงขายในตลาดการเงินโดยรวม และการปรับสถานะของนักลงทุนหลังราคาทองคำปรับขึ้นแรงก่อนหน้านี้ สำหรับนักลงทุนระยะยาว ความผันผวนลักษณะนี้มักถูกมองเป็นจังหวะที่ดีในการทยอยสะสมทองคำ เพราะปัจจัยเชิงโครงสร้างที่หนุนราคาทองคำ เช่น ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ การกระจายทุนสำรองของธนาคารกลาง และระดับหนี้ทั่วโลกที่สูง ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป

อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นราคาทองคำยังอาจผันผวนได้อีก หากดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรยังสูง นักลงทุนควรแบ่งจังหวะการซื้ออย่างระมัดระวัง YLG ย้ำว่าทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ