รายงานจากโกลด์แซคส์ระบุว่าราคาทองคำยังคงมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นได้อีก เนื่องจากธนาคารกลางทั่วโลกยังคงซื้อทองคำอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความต้องการทองคำในตลาดโลกเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ยังเป็นปัจจัยหนุนให้นักลงทุนหันมาถือครองทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย
ปัจจัยหนุนราคาทองคำ
โกลด์แมนแซคส์ระบุว่าธนาคารกลางทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศเกิดใหม่ ยังคงเพิ่มสัดส่วนการถือครองทองคำในทุนสำรองระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงราคาทองคำให้อยู่ในระดับสูง นอกจากนี้ ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน รวมถึงความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ยังเป็นปัจจัยที่เพิ่มความน่าสนใจของทองคำในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง
แนวโน้มราคาทองคำในระยะกลาง
ธนาคารเพื่อการลงทุนแห่งนี้คาดการณ์ว่าราคาทองคำจะยังคงเคลื่อนไหวในกรอบขาขึ้นต่อไป โดยมีเป้าหมายราคาทองคำในอีก 12 เดือนข้างหน้าที่ 2,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งสูงกว่าระดับปัจจุบันที่ประมาณ 2,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์
- การซื้อทองคำของธนาคารกลางยังคงเป็นปัจจัยหลักที่หนุนราคา
- ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มดีมานด์ทองคำ
- นโยบายการเงินของเฟดที่ผ่อนคลายลงอาจช่วยหนุนราคาทองคำเพิ่มเติม
มุมมองของนักวิเคราะห์
นักวิเคราะห์บางรายมองว่าทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจในระยะยาว เนื่องจากแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด และความต้องการทองคำจากธนาคารกลางที่ยังคงแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม ยังมีความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวที่อาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ทองคำในภาคอุตสาหกรรม
สรุปแล้ว โกลด์แมนแซคส์แนะนำให้นักลงทุนยังคงถือครองทองคำในพอร์ตการลงทุน เนื่องจากมีปัจจัยหนุนหลายประการที่ช่วยให้ราคาทองคำมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้อีกในระยะกลางถึงยาว



