ราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงในวันนี้ หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งเกินคาด ทำให้นักลงทุนเทขายทำกำไรและหันไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆ เช่น หุ้นและสกุลเงินดิจิทัล
สาเหตุที่ทำให้ราคาทองคำร่วง
สาเหตุหลักที่ทำให้ราคาทองคำร่วงลงในครั้งนี้ มาจากการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐที่เพิ่มขึ้นสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ รวมถึงอัตราการว่างงานที่ลดลง ซึ่งบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังคงแข็งแกร่ง ส่งผลให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย และหันไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงขึ้น
ผลกระทบต่อตลาดทองคำ
การเทขายทองคำครั้งนี้ส่งผลให้ราคาทองคำร่วงลงมากกว่า 2% ในวันเดียว ซึ่งเป็นการปรับตัวลงที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายเดือน นักวิเคราะห์มองว่าแนวโน้มราคาทองคำในระยะสั้นยังคงมีความผันผวน โดยขึ้นอยู่กับปัจจัยทางเศรษฐกิจและนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
- ราคาทองคำในประเทศปรับตัวลดลงตามตลาดโลก โดยทองคำแท่ง 96.5% ขายออกอยู่ที่บาทละ 32,000 บาท ลดลง 500 บาท
- ทองคำรูปพรรณ 96.5% ขายออกอยู่ที่บาทละ 32,500 บาท ลดลง 500 บาท
- นักลงทุนควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากราคาทองคำอาจปรับตัวลงต่อเนื่องหากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐยังคงแข็งแกร่ง
มุมมองของนักวิเคราะห์
นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์หลายแห่ง ต่างปรับลดประมาณการราคาทองคำในระยะสั้นลง เนื่องจากคาดว่าเฟดอาจชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง ส่งผลให้ทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย มีความน่าสนใจลดลง
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางรายยังคงมองว่าราคาทองคำในระยะยาวยังมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นได้ เนื่องจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และความต้องการทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกที่ยังคงสูง
คำแนะนำสำหรับนักลงทุน
สำหรับนักลงทุนที่ถือครองทองคำอยู่ ควรพิจารณาแบ่งขายบางส่วนเพื่อลดความเสี่ยง ขณะที่นักลงทุนที่สนใจเข้าซื้อ ควรรอจังหวะที่ราคาทองคำปรับตัวลงแรงแล้วค่อยๆ เข้าซื้อสะสม
- ติดตามข่าวสารเศรษฐกิจสหรัฐอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะตัวเลขเงินเฟ้อและการจ้างงาน
- พิจารณาการลงทุนในทองคำในสัดส่วนที่เหมาะสมกับพอร์ตการลงทุนโดยรวม
- ใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน (DCA) เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา



