ราคาทองรูปพรรณในประเทศทะลุ 70,000 บาท หลังแรงเทขายจากนักลงทุนสถาบัน
ราคาทองรูปพรรณในประเทศปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วจนทะลุระดับ 70,000 บาทแล้ว หลังนักลงทุนสถาบันและกองทุนทองคำขนาดใหญ่ดำเนินการเทขายอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาทองคำในตลาดโลก ซึ่งปรับตัวลดลงต่ำสุดที่ 4,498.90 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ในวันนี้ (21 มีนาคม 2569) ก่อนจะฟื้นตัวเล็กน้อยในช่วงท้ายก่อนปิดตลาด อยู่ที่ 4,574.90 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์
ปัจจัยกดดันจากวิกฤตภูมิภาคและนโยบายธนาคารกลาง
วิกฤตความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึงราคาพลังงานที่ผันผวน ส่งผลให้ธนาคารกลางประเทศเศรษฐกิจใหญ่ เช่น ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ธนาคารกลางยุโรป (ECB) และจีน เพิ่มความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ในขณะที่เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น ธนาคารกลางเหล่านี้จึงประกาศคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่อง สถานการณ์ดังกล่าวกระตุ้นให้นักลงทุนสถาบันและกองทุนทองคำขนาดใหญ่เทขายทองคำอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ตลาดทองคำโลกเคลื่อนไหวผันผวนสูง
ราคาทองในประเทศปรับลดลงตามตลาดโลก
เมื่อเวลา 09.00 น.ที่ผ่านมา สมาคมค้าทองคำได้ประกาศราคาทองคำในประเทศครั้งที่ 1 ปรับตัวลดลง 1,900 บาท ทำให้ราคาทองคำแท่งขายออกอยู่ที่บาทละ 70,450 บาท และรับซื้อที่ 70,250 บาท ส่วนทองรูปพรรณขายออกที่ 71,250 บาท ตามฐานภาษี 68,841.56 บาท
คำเตือนจากผู้เชี่ยวชาญและแนวโน้มในอนาคต
บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด ได้ออกบทวิเคราะห์ชี้ว่า หากราคาทองคำในตลาดโลกหลุดกรอบ 4,500 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ มีโอกาสที่ราคาจะปรับลดลงไปทดสอบแนวรับถัดไปที่ 4,420 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ จึงแนะนำให้นักลงทุนระวังแรงเทขายต่อเนื่องในตลาด พร้อมวาง 6 มาตรการรับมือสงครามตะวันออกกลาง และจับตาสินค้า-ทองขึ้นราคา
สรุปราคาทองคำเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 ผันผวน 57 ครั้ง ลดลง 450 ดอลลาร์สหรัฐฯ โดยทองแท่งขายออกที่ 72,450 บาท สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความไม่แน่นอนในตลาดการเงินโลก ที่อาจส่งผลต่อราคาทองคำในระยะสั้น



