ตลาดหลักทรัพย์ยกเครื่องเกณฑ์ซื้อขาย ปรับ Tick Size-คุม OTR เพิ่มสภาพคล่อง
ตลาดหลักทรัพย์ยกเครื่องเกณฑ์ซื้อขาย ปรับ Tick Size-คุม OTR

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ประกาศยกเครื่องเกณฑ์การซื้อขายครั้งใหญ่ โดยปรับปรุง Tick Size และคุมเข้มสัดส่วนคำสั่งซื้อขายต่อการจับคู่ (OTR) เพื่อเพิ่มสภาพคล่องและลดต้นทุนนักลงทุน พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็น (Public Hearing) 1 เดือน คาดมีผลบังคับใช้ในไตรมาส 3 ปีนี้

12 มาตรการ ปรับลดเหลือ 9 มาตรการ

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดเผยว่า แผนปรับปรุงครั้งนี้ครอบคลุม 12 มาตรการ ซึ่งจะปรับลดเหลือ 9 มาตรการ โดยแบ่งเป็นเพิ่มมาตรการใหม่ 2 มาตรการ ปรับปรุงมาตรการเดิม 3 มาตรการ ยกเลิกมาตรการ 3 มาตรการ และคงมาตรการเดิม 4 มาตรการ

มาตรการใหม่ 2 ประการ

1. การปรับปรุงโครงสร้างราคา (Tick Size Reduction) เพื่อลดต้นทุนการซื้อขายและเพิ่มสภาพคล่อง โดยปรับช่วงราคาสำหรับหุ้นราคา 2-50 บาท โดยเฉพาะช่วง 10-25 บาท ปรับเหลือ 5 สตางค์ คาดครอบคลุม 369 หลักทรัพย์ สอดคล้องมาตรฐานสากล ลดความเสี่ยงถูกปรับลดน้ำหนักใน MSCI

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

2. การเรียกเก็บค่าบริการเพิ่มเติมสำหรับกลุ่มที่มี OTR สูง (Extra charge on High OTR) เพื่อสะท้อนต้นทุนระบบและป้องกันคำสั่งที่ไม่มีเจตนาซื้อขายจริง โดยบัญชีที่ส่งคำสั่งมากกว่า 50 ครั้ง/นาที และ OTR เกิน 100 เท่า หากมีรายการส่วนเกิน 30,000 รายการ/วัน จะถูกเรียกเก็บ 0.15 บาท/รายการ ยกเว้น Market Maker

มาตรการปรับปรุง 3 ประการ

1. ปรับเกณฑ์ Short Sell กลับไปใช้ Zero Plus Tick ในสภาวะปกติ ส่วน Uptick Rule ใช้เฉพาะกรณีราคาหุ้นวันนั้นลดลงเกิน 10% จากราคาปิดก่อนหน้า บังคับ 1 วัน ยกเว้น Market Maker

2. จำกัดกลุ่มหลักทรัพย์ที่อนุญาตให้ Short Sell โดยตัดหุ้นอ้างอิง ETF และ DW 12 บริษัท เหลือเพียง 136 บริษัท ประกอบด้วย SET100 และหุ้นอ้างอิง Single Stock Future

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

3. ปรับปรุงหลักเกณฑ์ขึ้นทะเบียน HFT จากเดิมพิจารณาก่อนซื้อขาย เป็นพิจารณาจากพฤติกรรมจริง เช่น ใช้ API เฉพาะ ส่งคำสั่งมากกว่า 50 รายการ/นาที สถานะคงค้างสิ้นวันน้อยกว่า 50% ซื้อขายมากกว่า 80% ของวันทำการ มูลค่าเกิน 30 ล้านบาท/วัน ผู้เข้าข่ายต้องลงนามข้อตกลงปฏิบัติตามกติกา

มาตรการยกเลิก 3 ประการ

1. ยกเลิก Dynamic Price Band เนื่องจากเป็นอุปสรรคต่อหุ้นสภาพคล่องต่ำ ไม่ตอบโจทย์วัตถุประสงค์

2. ยกเลิกการจำกัดหลักทรัพย์ที่ HFT ซื้อขายได้ หลังปรับนิยามและกำกับดูแลพฤติกรรมรัดกุมขึ้น

3. ยกเลิก Minimum Resting Time 300 มิลลิวินาที เนื่องจากระบบใหม่ใช้ AI ตรวจสอบและเก็บค่าธรรมเนียม OTR ควบคุม Spoofing ได้

คงมาตรการเดิม 4 ประการ

  • การซื้อขายด้วยวิธี Auction สำหรับหลักทรัพย์ที่ติดมาตรการระดับ 2 หรือ 3
  • Auto Pause 60 นาที เมื่อมีปริมาณซื้อขายผิดปกติ
  • เปิดเผยรายชื่อลูกค้าที่ส่งคำสั่งไม่เหมาะสมให้บริษัทหลักทรัพย์อื่นทราบ
  • จัดระดับความเร็วในการส่งคำสั่ง (Asset Equalization)

ตลท. คาดหวังรักษากฎเกณฑ์ใหม่ให้มีเสถียรภาพอย่างน้อย 18 เดือน หลังรับฟังความคิดเห็นและเสนอ ก.ล.ต. อนุมัติ คาดบังคับใช้ได้ภายใน Q3 นี้

ภาพรวมตลาดหุ้นไทยยังดี

นายอัสสเดช กล่าวว่า SET Index ต้นปีถึงปัจจุบันบวกประมาณ 20% สภาพคล่องเพิ่มขึ้น 40-50% จากปีก่อน จากการดำเนินมาตรการของตลท. และเสถียรภาพเศรษฐกิจ รวมถึง Moody’s ปรับ Outlook ไทยเป็น Stable สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน ท่ามกลางความผันผวนจากราคาพลังงานและสถานการณ์ตะวันออกกลาง หวังว่าสงครามและความเสี่ยงด้านพลังงานจะคลี่คลายเพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้า