ตลาดหุ้นไทยปิดตลาดวันที่ 1 กรกฎาคม 2567 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.16 จุด หรือ 0.15% มาอยู่ที่ 1,310.71 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายรวม 42,345 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิอีกครั้ง 1,106 ล้านบาท หลังจากที่ขายสุทธิในช่วงก่อนหน้า
ปัจจัยหนุนจากความคาดหวังดอกเบี้ยสหรัฐฯ
นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยได้รับแรงหนุนจากความคาดหวังที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน 2567 หลังจากที่ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ชะลอตัวลง นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนที่ออกมาอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองในประเทศ โดยเฉพาะการพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญที่อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล ซึ่งเป็นปัจจัยที่กดดันตลาดในช่วงที่ผ่านมา
ภาพรวมการซื้อขายรายกลุ่ม
กลุ่มธนาคารพาณิชย์ปรับตัวเพิ่มขึ้นนำตลาด โดยได้รับอานิสงส์จากความคาดหวังการลดดอกเบี้ยของเฟด ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนทางการเงินและกระตุ้นการปล่อยสินเชื่อ กลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้นตามราคาน้ำมันดิบโลกที่เพิ่มขึ้น ขณะที่กลุ่มสื่อสารและเทคโนโลยีปรับตัวลงเล็กน้อย
สำหรับหุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด ได้แก่ ADVANC, PTTEP, CPALL, KBANK และ PTT โดยมีแรงซื้อจากต่างประเทศในหุ้นขนาดใหญ่
แนวโน้มตลาดหุ้นไทย
นักวิเคราะห์คาดว่า ตลาดหุ้นไทยในระยะสั้นยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้จากปัจจัยต่างประเทศ โดยเฉพาะการไหลเข้าของเงินทุนจากนักลงทุนต่างชาติ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยการเมืองในประเทศยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตา โดยเฉพาะการตัดสินคดีสำคัญของศาลรัฐธรรมนูญ
ด้านนายกรภัทร กล่าวว่า กลยุทธ์การลงทุนในช่วงนี้ แนะนำให้เน้นลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแรงและได้รับประโยชน์จากการลดดอกเบี้ย เช่น กลุ่มธนาคารและกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่กลุ่มส่งออกอาจได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น



