ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วงที่เหลือของปี 2567 มีโอกาสฟื้นตัว จากปัจจัยบวกหลายประการ โดยเฉพาะความชัดเจนทางการเมืองและแนวโน้มเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว ส่งผลให้นักลงทุนกลับมามีความเชื่อมั่นมากขึ้น
ปัจจัยบวกหนุนตลาดหุ้นไทย
นายธนพร ศรีวิไลลักษณ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยได้รับแรงหนุนจากปัจจัยภายในประเทศ อาทิ การจัดตั้งรัฐบาลที่ชัดเจนขึ้น และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ ซึ่งช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุน นอกจากนี้ เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยคาดว่าจีดีพีปี 2567 จะขยายตัวร้อยละ 3.0-3.5
อีกทั้งการลงทุนจากต่างประเทศเริ่มกลับเข้ามา โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และดิจิทัล ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนตลาดหุ้นให้ปรับตัวดีขึ้น
คาดการณ์ดัชนีหุ้นไทย
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า ดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ณ สิ้นปี 2567 จะอยู่ที่ระดับ 1,450-1,550 จุด โดยมี upside จากปัจจัยบวกดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาปัจจัยเสี่ยงทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
“เรามองว่าตลาดหุ้นไทยในครึ่งปีหลังมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ จากปัจจัยการเมืองที่ชัดเจนและเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว แต่นักลงทุนยังต้องระวังความเสี่ยงจากภายนอก โดยเฉพาะการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์” นายธนพร กล่าว
ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตา
ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่อาจกดดันตลาดหุ้นไทย ได้แก่ การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ซึ่งเป็นคู่ค้าหลักของไทย ความไม่แน่นอนของนโยบายการเงินสหรัฐ และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางและยุโรป ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ
นอกจากนี้ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยยังไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่ยังต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวเต็มที่ ขณะที่หนี้ครัวเรือนและหนี้เสียของธนาคารพาณิชย์ยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ
กลยุทธ์การลงทุน
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย แนะนำให้นักลงทุนเน้นลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ เช่น กลุ่มธนาคาร กลุ่มค้าปลีก และกลุ่มพลังงาน ขณะเดียวกันควรกระจายการลงทุนไปยังต่างประเทศเพื่อลดความเสี่ยง
“นักลงทุนควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และปรับพอร์ตการลงทุนให้สอดคล้องกับความเสี่ยงที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูง” นายธนพร กล่าวทิ้งท้าย



