ตลาดหุ้นไทยเผชิญความผันผวนต่อเนื่องจากสงครามและปัจจัยภายในประเทศ
บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือบล.ดาโอ ออกมามองทิศทางตลาดหุ้นไทยว่า ดัชนียังคงผันผวนจากความกังวลเรื่องสงครามในตะวันออกกลางที่กลับมากดดันอีกครั้ง แม้จะมีข่าวความพยายามเปิดเส้นทางขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุส ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญกระทบเศรษฐกิจโลกมากกว่าสงครามเองก็ตาม โดยช่วงวันหยุดมักมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นเสมอในภาวะสงคราม ซึ่งอาจส่งผลบวกหรือลบต่อตลาดในวันจันทร์ได้
ปัจจัยในประเทศที่ส่งผลต่อตลาดหุ้น
การเมืองไทย: กกต. รับรอง สส. ใหม่ใกล้เสร็จสิ้นแล้ว คาดว่าจะสามารถเปิดประชุมรัฐสภาเพื่อเลือกประธานสภาได้ภายในเดือนมีนาคมนี้ และตามด้วยการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่เพื่อจัดตั้งคณะรัฐมนตรีต่อไป หากกระบวนการไม่ติดขัดอาจตั้งรัฐบาลเสร็จสิ้นภายในมีนาคมนี้เลย ส่วนประเด็นคิวอาร์โค้ด-บาร์โค้บนบัตรเลือกตั้ง คาดว่าผู้ตรวจการแผ่นดินจะพิจารณาคำชี้แจงของกกต. เสร็จสิ้นหลังตั้งรัฐบาลแล้ว หากการเมืองราบรื่นจะเป็นปัจจัยหนุนตลาดกลับมาดีอีกครั้ง เนื่องจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจะออกได้ไวขึ้น
เงินเฟ้อไทย: ดัชนีราคาผู้บริโภคหรือซีพีไอเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ของไทยลดลง 0.88% ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 11 จากราคาสินค้ากลุ่มพลังงานและสินค้าเกษตรที่ลดลงตามมาตรการรัฐและอุปทานล้นตลาด โดยคาดว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เงินเฟ้อทั้งปีของไทยพลิกกลับมาเป็นบวกอีกครั้งที่ระดับ 1-3% ตามทิศทางราคาน้ำมันโลก ที่จะทำให้ต้นทุนค่าครองชีพสูงขึ้น
กำไรตลาด: กำไรไตรมาส 4 ปี 2568 จบลงที่ 2.26 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 65% จากปีก่อน แต่ลดลง 17% จากไตรมาสก่อน กำไรของปี 2568 อยู่ที่ 1.11 ล้านล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้นหรืออีพีเอส 89.4 บาท โดยอัตราส่วนราคาต่อกำไรหรือพีอีของตลาดจากกำไรปีนี้อยู่ที่ 15.9 เท่า และปีหน้าอยู่ราว 17.1 เท่า
ค่าเงินบาท: ปิดตลาดอยู่ที่ระดับ 31.61/62 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งปรับตัวอ่อนค่าลงจากช่วงเปิดตลาดตอนเช้าที่ระดับ 31.47 บาทต่อดอลลาร์ ทิศทางของเงินบาทเป็นการอ่อนค่าสอดคล้องกับสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาค
กระแส Fund Flow: นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้น 7,221 ล้านบาท ในตลาดตราสารหนี้ นักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิ 492 ล้านบาท แรงขายที่เกิดขึ้นอาจมาจากการชะลอการซื้อขายเพราะสถานการณ์มีความไม่แน่นอน
ปัจจัยต่างประเทศที่ต้องจับตา
สถานการณ์อิหร่าน: การโจมตีทางอากาศยังมีต่อเนื่องในภูมิภาค อิหร่านมีท่าทีว่าจะโจมตีรุนแรงขึ้น เส้นทางอากาศถูกระงับ ค่าระวางเรือสูงขึ้น ราคาพลังงานปรับขึ้นยืนระดับสูง ตลาดหุ้นส่วนใหญ่กลับมารีบาวน์ จากการคาดหวังว่า การขนส่งน้ำมันและก๊าซผ่านช่องแคบฮอร์มุส จะทำได้ในเร็วๆนี้ ซึ่งนักลงทุนให้ความสนใจมากกว่าเรื่องสงครามเสียอีก
เศรษฐกิจจีน: รัฐบาลจีนกำหนดเป้าหมายจีดีพีปี 2569 ไว้ที่ 4.5–5.0% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบหลายทศวรรษ โดยมีแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับใหม่ เน้นนวัตกรรมผ่านโครงการ "AI Plus" และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และเตรียมอัดฉีดงบประมาณ 3 แสนล้านหยวนเข้าสู่ธนาคารรัฐ พร้อมบริษัทเทคโนโลยีท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้า การกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนจะบวกกับหุ้นในกลุ่มปิโตรเคมี, เดินเรือ และโลจิสติกส์
กลยุทธ์การลงทุนจากบล.ดาโอ
นักลงทุนอาจชะลอการลงทุนก่อนเข้าวันหยุด เนื่องจากสหรัฐฯ-อิหร่าน-อิสราเอลยังมีการโจมตีกันไปมาอยู่ และยังไม่มีสัญญาณว่าจะมีการเปิดการเจรจา แต่ดีขึ้นคือเริ่มมีความพยายามในการเปิดการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุส ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักลงทุนลดความกังวลลง
หุ้นในพอร์ตแนะนำ: บล.ดาโอนำ DELTA และ BGRIM ออก หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย CPAXT (10%), ADVANC (10%), PTTEP (20%), KKP (10%), KTB (10%) พร้อมเทคนิคอลแนะนำ PLANB และ CCET



