ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงในวันนี้ โดยดัชนี SET Index ปิดที่ 1,580.45 จุด ลดลง 15.32 จุด หรือคิดเป็น 0.96% มูลค่าการซื้อขายรวมกว่า 7.2 หมื่นล้านบาท โดยมีแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติที่ยังคงเทขายหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง
ปัจจัยลบกดดันตลาด
นักวิเคราะห์ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยได้รับแรงกดดันจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อาจเข้าสู่ภาวะถดถอย หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อไปเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ นอกจากนี้ ยังมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในจีนที่กลับมารุนแรงอีกครั้ง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและการค้าโลก
กลุ่มหุ้นที่ได้รับผลกระทบ
- กลุ่มพลังงาน: หุ้นในกลุ่มพลังงานปรับตัวลดลงตามราคาน้ำมันดิบโลกที่อ่อนตัวลง จากความกังวลอุปสงค์ที่ลดลง
- กลุ่มแบงก์: หุ้นกลุ่มธนาคารได้รับแรงขาย เนื่องจากกังวลหนี้เสียที่อาจเพิ่มขึ้นจากเศรษฐกิจชะลอตัว
- กลุ่มอสังหาริมทรัพย์: หุ้นกลุ่มอสังหาฯ ปรับลงตามความกังวลกำลังซื้อที่ชะลอตัว
แนวโน้มตลาดในระยะสั้น
นักวิเคราะห์มองว่า ตลาดหุ้นไทยยังมีโอกาสปรับตัวลงต่อในระยะสั้น จากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติที่ยังไม่หมดไป รวมถึงความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก โดยให้แนวรับที่ 1,570 จุด และแนวต้านที่ 1,600 จุด อย่างไรก็ตาม ปัจจัยบวกที่อาจช่วยพยุงตลาดคือ การประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่คาดว่าจะออกมาดีในไตรมาส 2
ทั้งนี้ นักลงทุนควรติดตามการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้า รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ อย่างดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่จะประกาศในวันพุธนี้



