ตลาดหุ้นไทยปิดการซื้อขายวันนี้ (11 มิ.ย.) ดัชนี SET ปิดที่ 1,520.44 จุด ลดลง 6.44 จุด หรือ -0.42% มูลค่าซื้อขายรวม 45,000 ล้านบาท โดยดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ และปรับตัวลงตามแรงขายในหุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มธนาคารพาณิชย์ หลังจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลง และความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว
ปัจจัยที่กระทบตลาด
นายกรุงศรี อยุธยา กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ได้รับแรงกดดันจากแรงขายหุ้นกลุ่มพลังงาน เนื่องจากราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงต่อเนื่อง โดยสัญญาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 1.5% แตะที่ 77.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังโอเปกมีแนวโน้มเพิ่มกำลังการผลิต นอกจากนี้ กลุ่มธนาคารพาณิชย์ยังถูกกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับหนี้เสียที่อาจเพิ่มขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
ภาพรวมการซื้อขาย
ในวันนี้ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 1,200 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิ 800 ล้านบาท และนักลงทุนรายย่อยซื้อสุทธิ 400 ล้านบาท หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด ได้แก่ PTTEP, KBANK, ADVANC, CPALL และ SCB โดย PTTEP ปิดที่ 152.00 บาท ลดลง 2.00 บาท หรือ -1.30%
- กลุ่มพลังงาน: ดัชนีปรับลง 1.2% นำโดย PTT และ PTTEP
- กลุ่มธนาคาร: ดัชนีปรับลง 0.8% นำโดย KBANK และ SCB
- กลุ่มสื่อสาร: ดัชนีปรับขึ้น 0.3% นำโดย ADVANC
แนวโน้มตลาดพรุ่งนี้
นักวิเคราะห์คาดว่าตลาดหุ้นไทยในวันพรุ่งนี้มีโอกาสแกว่งตัวไซด์เวย์ โดยมีแนวรับที่ 1,510 จุด และแนวต้านที่ 1,530 จุด ปัจจัยที่ต้องติดตามคือการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์หน้า ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางดอกเบี้ยและค่าเงิน



