ตลาดหุ้นไทยปิดการซื้อขายวันที่ 8 ตุลาคม 2567 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.19 จุด หรือ 0.44% มาอยู่ที่ 1,417.93 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 45,504 ล้านบาท ตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาคที่ปรับตัวขึ้น รับแรงซื้อหุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มธนาคารพาณิชย์ เก็งผลประกอบการไตรมาส 3 ที่คาดว่าจะดีขึ้น
ปัจจัยหนุนตลาด
นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นสอดคล้องกับตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชีย โดยมีแรงซื้อหุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มธนาคารพาณิชย์เข้ามาหนุน เนื่องจากนักลงทุนเก็งผลประกอบการไตรมาส 3 ของบริษัทจดทะเบียนที่คาดว่าจะออกมาดี โดยเฉพาะกลุ่มพลังงานที่ได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น และกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่คาดว่าค่าใช้จ่ายสำรองจะลดลง
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยบวกจากต่างประเทศ เช่น การปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อคืนที่ผ่านมา หลังจากประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ส่งสัญญาณว่าเฟดจะไม่เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลก
แนวโน้มตลาด
นายกรภัทร กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในระยะสั้นยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้อีก จากปัจจัยบวกทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะการเก็งผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่จะทยอยประกาศในเดือนตุลาคมนี้ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามปัจจัยเสี่ยง เช่น สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่อาจส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและตลาดหุ้นทั่วโลก
กลยุทธ์การลงทุน
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน นายกรภัทร แนะนำให้นักลงทุนเลือกหุ้นที่มีพื้นฐานดีและมีแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 3 เติบโต โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มพลังงาน กลุ่มธนาคารพาณิชย์ และกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากการเปิดเมืองและการท่องเที่ยว เช่น กลุ่มโรงแรมและกลุ่มขนส่ง
ส่วนหุ้นเด่นที่แนะนำ ได้แก่ หุ้นกลุ่มพลังงาน เช่น ปตท. (PTT) และ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (PTTEP) หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ เช่น ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BBL) และธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) (KBANK) รวมถึงหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว เช่น บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BA) และบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) (MINT)



