ตลาดหุ้นไทยปิดตลาดวันนี้ (18 เม.ย.) ที่ระดับ 1,375.89 จุด ปรับเพิ่มขึ้น 6.19 จุด หรือคิดเป็น 0.45% โดยมีมูลค่าการซื้อขายรวม 47,952.04 ล้านบาท โดยระหว่างวันดัชนีปรับตัวขึ้นทำระดับสูงสุดที่ 1,379.81 จุด และต่ำสุดที่ 1,369.70 จุด
ปัจจัยหนุนตลาดวันนี้
นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค โดยได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติที่กลับเข้ามาซื้อสุทธิอีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ขายออกมาต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังได้แรงหนุนจากกลุ่มพลังงานที่ปรับตัวขึ้นตามราคาน้ำมันดิบโลกที่เพิ่มขึ้น และกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่ได้ปัจจัยบวกจากผลประกอบการไตรมาสแรกที่ออกมาดี
กลุ่มอุตสาหกรรมที่โดดเด่น
- กลุ่มพลังงาน: ปรับตัวขึ้นตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับเพิ่มขึ้น โดยหุ้น PTT ปรับขึ้น 1.50 บาท หรือ 1.82% ปิดที่ 84.00 บาท
- กลุ่มธนาคาร: ได้แรงหนุนจากผลประกอบการไตรมาสแรกที่แข็งแกร่ง โดยหุ้น KBANK ปรับขึ้น 2.50 บาท หรือ 1.72% ปิดที่ 148.00 บาท
- กลุ่มปิโตรเคมี: รับอานิสงส์จากราคาเม็ดพลาสติกที่ปรับตัวขึ้น โดยหุ้น PTTGC ปรับขึ้น 1.25 บาท หรือ 1.52% ปิดที่ 83.50 บาท
หุ้นที่มีการซื้อขายสูงสุด
- PTT: มูลค่าการซื้อขาย 3,245.67 ล้านบาท ปิดที่ 84.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท
- KBANK: มูลค่าการซื้อขาย 2,876.34 ล้านบาท ปิดที่ 148.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท
- CPALL: มูลค่าการซื้อขาย 2,654.21 ล้านบาท ปิดที่ 65.25 บาท ลดลง 0.25 บาท
แนวโน้มตลาดสัปดาห์หน้า
นายกรภัทร กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์หน้าคาดว่าจะแกว่งตัวในกรอบ โดยมีปัจจัยที่ต้องติดตามคือ การประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในไตรมาสแรก รวมถึงทิศทางเงินทุนต่างชาติ และความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบโลก
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้เน้นลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและมีแนวโน้มผลประกอบการที่ดี โดยเฉพาะกลุ่มธนาคาร พลังงาน และปิโตรเคมี



